ระบบแก๊สในห้องปฏิบัติการ (Lab Gas System) ต้องคำนึงอะไรบ้าง?

15 ตุลาคม 2569

ระบบแก๊สในห้องปฏิบัติการ (Lab Gas System) ต้องคำนึงอะไรบ้าง?

ระบบแก๊สในห้องปฏิบัติการ (Lab Gas System) ต้องคำนึงอะไรบ้าง?
ห้องปฏิบัติการหลายประเภทจำเป็นต้องใช้แก๊สในกระบวนการวิเคราะห์ ทดสอบ หรือวิจัย ซึ่งระบบแก๊สถือเป็นหนึ่งในระบบวิศวกรรมที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับทั้งความปลอดภัยของผู้ใช้งานและความแม่นยำในการควบคุมสภาวะการทำงานของอุปกรณ์

การออกแบบระบบแก๊สในห้องปฏิบัติการจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การส่งจ่ายแก๊สไปยังจุดใช้งานเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงการควบคุมแรงดัน การจัดวางแนวท่อ และการเตรียมระบบความปลอดภัยให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานจริง

เพราะระบบแก๊สที่ดี ไม่ใช่เพียงระบบที่สามารถใช้งานได้ แต่ต้องสามารถควบคุมได้อย่างเหมาะสม และรองรับการจัดการเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ

ความปลอดภัย จุดเริ่มต้นของการออกแบบระบบแก๊ส

เมื่อระบบแก๊สมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงภายในห้องปฏิบัติการ การวางแผนด้านความปลอดภัยจึงควรเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่สิ่งที่พิจารณาเพิ่มเติมหลังจากติดตั้งระบบเสร็จแล้ว

องค์ประกอบสำคัญอย่างระบบตรวจจับการรั่วไหลของแก๊ส (Gas Leak Detection) และระบบตัดการจ่ายแก๊สฉุกเฉิน (Emergency Shut-off) จึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับประเภทแก๊สและความเสี่ยงของพื้นที่

ระบบเหล่านี้มีบทบาทในการช่วยตรวจพบความผิดปกติและรองรับการดำเนินการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อผู้ใช้งานและสภาพแวดล้อมภายในห้องปฏิบัติการ

การควบคุมแรงดัน ส่งผลต่อการทำงานของอุปกรณ์อย่างไร?

นอกจากความปลอดภัยแล้ว การควบคุมแรงดันแก๊สยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม
เนื่องจากอุปกรณ์ภายในห้องปฏิบัติการแต่ละชนิดอาจต้องการแรงดันแก๊สที่แตกต่างกัน ระบบจ่ายแก๊สจึงต้องได้รับการออกแบบให้สามารถควบคุมแรงดันได้เหมาะสมกับข้อกำหนดของอุปกรณ์ที่นำมาใช้งาน

สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการจ่ายแก๊สให้ถึงตำแหน่งที่ต้องการ แต่ต้องคำนึงถึงความเสถียรของแรงดันระหว่างการใช้งานด้วย

ดังนั้น การออกแบบระบบควบคุมแรงดัน (Pressure Regulation) จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ระบบแก๊สสามารถรองรับการทำงานของอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

การจัดวางระบบแก๊ส สำคัญกว่าที่คิด

การจัดวางแนวท่อแก๊สภายในห้องปฏิบัติการไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเลือกเส้นทางเดินท่อให้เชื่อมต่อถึงอุปกรณ์เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสะดวกในการใช้งาน การเข้าถึงระบบ และการบำรุงรักษาในอนาคต

การออกแบบ Pipe Routing ที่เหมาะสมควรคำนึงถึงการลดความซับซ้อนของแนวท่อ รวมถึงการจัดตำแหน่งองค์ประกอบต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงเพื่อตรวจสอบหรือบำรุงรักษาได้สะดวก

หากการจัดวางระบบไม่ได้รับการวางแผนอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้น อาจทำให้เกิดข้อจำกัดในการเข้าถึงอุปกรณ์ หรือสร้างความยุ่งยากเมื่อต้องปรับปรุงและดูแลระบบภายหลัง

การจัดวางระบบที่ดีจึงควรพิจารณาทั้งความเหมาะสมของพื้นที่และการใช้งานในระยะยาวควบคู่กัน

ทำไมระบบแก๊สต้องออกแบบร่วมกับระบบอื่นภายในห้อง Lab?

หนึ่งในประเด็นที่ควรให้ความสำคัญในการดำเนินโครงการห้องปฏิบัติการ คือการประสานงานระหว่างระบบวิศวกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ

เพราะปัญหาที่พบในหน้างานบางครั้งไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์หรือระบบแก๊สโดยตรง แต่เกิดจากการติดตั้งที่ไม่ได้วางแผนร่วมกับองค์ประกอบอื่นตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างเช่น การกำหนดตำแหน่งจุดจ่ายแก๊สโดยไม่พิจารณาตำแหน่งโต๊ะปฏิบัติการหรือเครื่องมือที่ต้องใช้งานร่วมกัน อาจทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแนวท่อหรือแก้ไขตำแหน่งติดตั้งภายหลัง

การออกแบบระบบแก๊สจึงควรพิจารณาร่วมกับ Layout ของห้องปฏิบัติการ ตำแหน่งอุปกรณ์ และระบบวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกองค์ประกอบสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม

มุมมองทางวิศวกรรม: ระบบแก๊สไม่ควรถูกออกแบบแยกส่วน

ในมุมมองของงานวิศวกรรม ระบบแก๊สในห้องปฏิบัติการควรถูกพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของ Integrated Lab System มากกว่าการมองเป็นเพียงระบบจ่ายแก๊สที่ติดตั้งเพิ่มเติมภายในพื้นที่

ตั้งแต่การกำหนดแนวท่อ การควบคุมแรงดัน ไปจนถึงการพิจารณาข้อกำหนดและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ทุกองค์ประกอบควรถูกวางแผนให้สัมพันธ์กับการใช้งานจริงของห้องปฏิบัติการ

แนวคิดนี้ช่วยให้การออกแบบไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความสามารถในการติดตั้งระบบให้แล้วเสร็จ แต่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะดวกในการใช้งาน และการบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งานของระบบ

สรุป

การออกแบบระบบแก๊สในห้องปฏิบัติการ (Lab Gas System) เป็นงานที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความปลอดภัย การควบคุมแรงดัน และการจัดวางระบบให้เหมาะสมกับพื้นที่

โดยเฉพาะการออกแบบให้ระบบแก๊สสามารถทำงานร่วมกับองค์ประกอบอื่นภายในห้องปฏิบัติการได้อย่างสอดคล้องกัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของแนวคิด Integrated Lab System

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ระบบแก๊สที่ดีไม่ได้วัดจากการจ่ายแก๊สไปยังจุดใช้งานได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นระบบที่สามารถควบคุมได้ มีความปลอดภัย และรองรับการใช้งานจริงในระยะยาว

สำหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการ

EASYLAB พร้อมให้คำปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กรLine: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6



115036ออกแบบห้องปฏิบัติการ (Lab) อย่างไรให้ผ่าน Audit ตั้งแต่ครั้งแรก.png

อ่านเพิ่มเติม

2 มิถุนายน 2569

ออกแบบห้องปฏิบัติการ (Lab) อย่างไรให้ผ่าน Audit ตั้งแต่ครั้งแรก?

สำหรับหลายโรงงานการสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ไม่ได้จบแค่ใช้งานได้แต่ต้อง ผ่านการตรวจประเมิน (Audit)จากหน่วยงานหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องปัญหาที่พบได้บ่อยคือ ห้อง Lab ใช้งานได้จริงแต่ ไม่ผ่านมาตรฐานซึ่งนำไปสู่การ แก้ไขซ้ำ เสียเวลา และเพิ่มงบประมาณการออกแบบห้องปฏิบัติการให้ผ่าน Auditควรคำนึงถึง 3 เรื่องหลัก ได้แก่1.ออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง2.วาง Layout ให้รองรับ Workflow จริง3.ออกแบบระบบให้ครบ (Integrated Engineering System)มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับห้อง Labห้องปฏิบัติการในโรงงานอุตสาหกรรมมักต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน เช่น· ISO 17025· GMP· HACCPแต่ละมาตรฐานมีข้อกำหนดด้าน พื้นที่ ระบบ และความปลอดภัย ที่แตกต่างกัน1. ออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือออกแบบห้อง Lab ก่อนแล้วค่อย มาเช็คมาตรฐานทีหลังแนวทางที่ถูกต้องคือต้องนำ Requirement ของมาตรฐาน มาใช้ตั้งแต่ต้นเช่น· การแยกพื้นที่สะอาด / ปนเปื้อน· การควบคุมการไหลของตัวอย่าง· การจัดเก็บสารเคมีอย่างปลอดภัย2. วาง Layout ตาม Workflow จริงLayout ที่ดีต้องรองรับ ลำดับการทำงานตัวอย่าง:· รับตัวอย่าง → วิเคราะห์ → บันทึกผล → จัดเก็บหากวาง Layout ไม่สอดคล้องจะเกิด:· การเดินย้อน· ความเสี่ยงในการปนเปื้อน· ความผิดพลาดในการทำงาน 3. ออกแบบระบบให้ครบ (Integrated System)ห้อง Lab ไม่ใช่แค่โต๊ะและอุปกรณ์ แต่คือระบบที่ต้องทำงานร่วมกัน· Laboratory Furniture· ระบบไฟฟ้า น้ำ และแก๊ส· ระบบระบายอากาศและความปลอดภัยมุมมองทางวิศวกรรมการผ่าน Auditไม่ใช่เรื่องของเอกสารเพียงอย่างเดียวแต่คือการออกแบบระบบที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นแนวคิด Engineering-Based Designช่วยให้สามารถวางโครงสร้างห้อง Labให้สอดคล้องทั้งการใช้งาน และมาตรฐานได้พร้อมกัน ห้องปฏิบัติการที่ผ่าน Auditไม่ได้เกิดจากการแก้ไขภายหลังแต่เกิดจาก การออกแบบที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นการวางระบบแบบ Integrated Lab Systemจะช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มความมั่นใจในการตรวจประเมินเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

084612f7a042a6-c8a8-4627-9640-c214d0b5920e (1).png

อ่านเพิ่มเติม

1 สิงหาคม 2569

Case Study: ออกแบบและติดตั้งห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรม จาก Before สู่ After

Case Study: ออกแบบและติดตั้งห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรม จาก Before สู่ After การออกแบบห้องปฏิบัติการไม่ได้หมายถึงเพียงการจัดวางโต๊ะ อุปกรณ์ หรือระบบต่าง ๆ ให้ครบถ้วนเท่านั้น แต่เป็นการออกแบบพื้นที่ให้สามารถรองรับการทางานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้องในระยะยาวในหลายโครงการที่ EASYLAB ได้เข้าไปมีส่วนร่วม เราพบว่าปัญหาของห้องปฏิบัติการจานวนมากไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์ที่ล้าสมัยเสมอไป แต่เกิดจากการที่ระบบการทางาน พื้นที่ใช้งาน และงานวิศวกรรมต่าง ๆ ไม่ได้ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นบทความนี้จะพาไปดูแนวคิดการปรับปรุงห้องปฏิบัติการในโรงงานอุตสาหกรรม จากสภาพ Before สู่ After ว่าการเปลี่ยนแปลงที่สาคัญเกิดขึ้นจากอะไร และเหตุใดการออกแบบที่ถูกต้องจึงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทางานมากกว่าที่หลายคนคิดการปรับปรุงห้องปฏิบัติการให้มีประสิทธิภาพมักเริ่มจาก 3 จุดหลัก ได้แก่  1.ปรับ Layout ให้สอดคล้องกับ Workflow  2.ปรับระบบให้เป็น Integrated Engineering System  3.เลือกวัสดุและอุปกรณ์ให้เหมาะกับการใช้งานจริงBefore: ปัญหาที่พบในหน้างาน ก่อนเริ่มการออกแบบใหม่ ทีมงานได้สารวจสภาพพื้นที่และกระบวนการทางานจริง พบปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายโครงการคล้ายคลึงกันไม่ว่าจะเป็น Layout ที่ไม่สอดคล้องกับลาดับการทางาน การเดินย้อนขั้นตอนระหว่างกระบวนการ ระบบไฟฟ้าและระบบน้าที่ไม่รองรับการใช้งาน หรือพื้นที่ที่ไม่เพียงพอต่ออุปกรณ์และจานวนผู้ใช้งานปัญหาเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทางาน ทาให้ใช้เวลามากขึ้น เกิดความผิดพลาดได้ง่าย และในบางกรณีอาจไม่สามารถรองรับการตรวจประเมินตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องได้การวิเคราะห์ปัญหาในมุมมองวิศวกรรม ก่อนเริ่มออกแบบ ทีมงานไม่ได้มองเพียงรูปแบบของห้องหรือขนาดพื้นที่ แต่เริ่มจากการวิเคราะห์กระบวนการทางานจริงของผู้ใช้งานปัจจัยสาคัญที่นามาพิจารณา ได้แก่ Workflow ของห้องปฏิบัติการ ประเภทงานที่ดาเนินการ เช่น QC หรือ R&D ข้อจากัดของพื้นที่ รวมถึงมาตรฐานที่องค์กรต้องรองรับ เช่น ISO 17025 หรือ GMPการวิเคราะห์ในขั้นตอนนี้ช่วยให้การออกแบบไม่ได้อ้างอิงเพียงความสวยงาม แต่สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ตั้งแต่ต้นทางDesign Solution: แนวทางการออกแบบ หลังจากรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ปัญหา ทีมงานจึงพัฒนาแนวทางการออกแบบโดยมุ่งเน้น3 ประเด็นสาคัญประเด็นแรก คือ การปรับ Layout ให้สอดคล้องกับ Workflow การทางาน เพื่อให้การเคลื่อนที่ของบุคลากร อุปกรณ์ และตัวอย่างทดสอบเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดการเดินย้อนขั้นตอน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทางานประเด็นที่สอง คือ การออกแบบระบบต่าง ๆ ให้ทางานร่วมกันในรูปแบบ Integrated Engineering System ไม่ว่าจะเป็น Laboratory Furniture ระบบไฟฟ้า ระบบน้า ระบบแก๊ส และระบบระบายอากาศ เพื่อให้ทุกองค์ประกอบสนับสนุนการทางานในทิศทางเดียวกันประเด็นสุดท้าย คือ การเลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานจริง โดยคานึงถึงความทนทาน ความปลอดภัย และอายุการใช้งานในระยะยาวAfter: ผลลัพธ์หลังการปรับปรุง เมื่อการออกแบบและติดตั้งแล้วเสร็จ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้สะท้อนเพียงภาพลักษณ์ของห้องปฏิบัติการที่ดูเป็นระเบียบมากขึ้นเท่านั้นแต่ยังช่วยให้ Workflow การทางานมีความชัดเจน ลดความผิดพลาดในกระบวนการทดสอบ ระบบต่าง ๆ สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสม และช่วยให้การตรวจประเมินตามมาตรฐานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นที่สาคัญคือ ผู้ใช้งานสามารถทางานได้สะดวกขึ้นในทุกวัน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการออกแบบห้องปฏิบัติการที่ดีมุมมองทางวิศวกรรม ความสาเร็จของโครงการไม่ได้ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่สูงขึ้นเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับการวางแผนและการออกแบบที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นแนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab System ช่วยให้ห้องปฏิบัติการไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สาหรับติดตั้งอุปกรณ์ แต่เป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทางานจริงอย่างมีประสิทธิภาพสรุป Case Study นี้สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาห้องปฏิบัติการไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนอุปกรณ์หรือปรับปรุงพื้นที่บางส่วนเท่านั้นแต่คือการออกแบบระบบการทางานใหม่ทั้งหมด โดยเชื่อมโยง Layout งานวิศวกรรม และการใช้งานจริงเข้าด้วยกันเมื่อทุกองค์ประกอบถูกวางแผนอย่างเหมาะสม ห้องปฏิบัติการจะสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตอบโจทย์มาตรฐานและการเติบโตขององค์กรในระยะยาวสาหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการEASYLAB พร้อมให้คาปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กรLine: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6