22 มิถุนายน 2562

บริษัท เอส.เค.เพาเวอร์เอเบิล จำกัด ได้จัดอบรมเทคนิคการขายมืออาชีพ

บริษัท เอส.เค.เพาเวอร์เอเบิล จำกัด ได้จัดอบรมเทคนิคการขายมืออาชีพ โดยวิทยากรมืออาชีพ เรามุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กร เพื่อปรับปรุงการให้บริการ และตอบสนองความพึงพอใจให้กับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น
101621Untitled design.png

อ่านเพิ่มเติม

4 พฤษภาคม 2569

ห้อง Lab QC, QA และ R&D ต่างกันอย่างไรในโรงงานอุตสาหกรรม?

หลายองค์กรมีห้องปฏิบัติการ (Lab) แต่ยังไม่ชัดเจนว่า ควรใช้แบบไหนบางโรงงานใช้ห้องเดียวทำทุกอย่าง ทำให้เกิดปัญหาเรื่องประสิทธิภาพ และไม่สอดคล้องมาตรฐาน ความเข้าใจที่ถูกต้อง คือการแยกหน้าที่ของ QC, QA และ R&D ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นห้องปฏิบัติการในโรงงานอุตสาหกรรม สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ QC (Quality Control) → ตรวจสอบคุณภาพสินค้า QA (Quality Assurance) → ควบคุมระบบคุณภาพ R&D (Research & Development) → วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ละประเภท มี “บทบาท และการออกแบบห้อง Lab” ที่แตกต่างกันQC (Quality Control) คืออะไร?QC คือการตรวจสอบคุณภาพของสินค้า ในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการผลิตลักษณะงาน: ตรวจวิเคราะห์ตัวอย่าง ทดสอบคุณสมบัติสินค้า ควบคุมคุณภาพก่อนส่งมอบ ลักษณะห้อง Lab: เน้นความแม่นยำและรวดเร็ว มี workflow ชัดเจน ใช้อุปกรณ์ทดสอบเฉพาะทาง เหมาะกับโรงงานที่ต้องควบคุมคุณภาพอย่างต่อเนื่องQA (Quality Assurance) คืออะไร?QA คือการควบคุม ระบบคุณภาพทั้งหมด ไม่ใช่แค่ตรวจสินค้าลักษณะงาน: ตรวจสอบกระบวนการผลิต จัดทำและควบคุมเอกสาร ตรวจ Audit และมาตรฐาน ลักษณะห้อง Lab: อาจไม่เน้นเครื่องมือหนัก เน้นระบบและการควบคุมข้อมูล เชื่อมโยงกับมาตรฐาน เช่น GMP ISO 17025 QA เป็น ระบบ มากกว่า พื้นที่R&D (Research & Development) คืออะไร?R&D คือการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างหรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ลักษณะงาน: ทดลองสูตร วิเคราะห์เชิงลึก พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ลักษณะห้อง Lab: ต้องมีความยืดหยุ่นสูง รองรับการทดลองหลากหลาย ใช้อุปกรณ์เฉพาะทางมากขึ้น ห้อง R&D มักมีความซับซ้อนสูงที่สุดตารางเปรียบเทียบ QC vs QA vs R&D ประเภท หน้าที่หลัก ลักษณะห้อง Lab ความซับซ้อน QC ตรวจคุณภาพสินค้า เน้น workflow และความแม่นยำ ปานกลาง QA ควบคุมระบบคุณภาพ เน้นเอกสารและมาตรฐาน ต่ำ–ปานกลาง R&D วิจัยและพัฒนา ยืดหยุ่น รองรับการทดลอง สูง เลือกห้อง Lab แบบไหนดี?ขึ้นอยู่กับ เป้าหมายของโรงงาน เน้นควบคุมคุณภาพ → QC เน้นมาตรฐานและระบบ → QA เน้นพัฒนาและนวัตกรรม → R&D ในหลายกรณี โรงงานอาจต้องใช้ มากกว่า 1 ประเภท และต้องออกแบบให้เชื่อมโยงกันมุมมองทางวิศวกรรมการออกแบบห้อง Lab ที่ดี ไม่ใช่แค่เลือกประเภทให้ถูกแต่ต้อง ออกแบบระบบให้รองรับการใช้งานจริงเช่น: QC → ต้องมี workflow ที่ลดความผิดพลาด R&D → ต้องมี flexibility สูง QA → ต้องเชื่อมโยงกับระบบมาตรฐาน การออกแบบแบบ Integrated Lab System จะช่วยให้ทุกส่วนทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพQC, QA และ R&D ไม่ใช่แค่คำเรียกแต่คือ หน้าที่ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และส่งผลต่อการออกแบบห้องปฏิบัติการโดยตรง การเข้าใจความแตกต่างตั้งแต่ต้น จะช่วยให้คุณสามารถวางระบบห้อง Lab ได้อย่างถูกต้อง และรองรับการเติบโตขององค์กรในระยะยาวเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

145858TCEN.jpg

อ่านเพิ่มเติม

14 ธันวาคม 2566

งานประชุมวิชาการเครือข่าย THAILAND SCIENTIFIC EQUIPMENT CENTER ครั้งที่ 2/66

วันที่ 14-15 ธันวาคม พ.ศ.2566 บริษัท เอส.เค.เพาเวอร์เอเบิล จำกัด ได้ไปร่วมออกบูธที่งาน THAILAND SCIENTIFIC EQUIPMENT CENTER (TCEN) ครั้งที่ 2/66 พร้อมนำเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ เช่น FUME HOOD โต๊ะปฏิบัติการ และตู้เก็บสารเคมีที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ภายใต้แบรนด์ GRAMMY และ EASY LAB มาให้ได้สัมผัสในงาน ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ บริษัท เอส.เค.เพาเวอร์เอเบิล จำกัด ขอขอบพระคุณที่ให้ความสนใจและแวะเวียนกันมาเยี่ยมชมที่บูธ แล้วพบกันใหม่ในงานครั้งต่อไป

153916618d0882-d17e-4373-94c3-c904f691dd8f.png

อ่านเพิ่มเติม

15 กรกฎาคม 2569

ปัญหาที่พบบ่อยในการสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงาน (และวิธีแก้จากประสบการณ์จริง)

ปัญหาที่พบบ่อยในการสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงาน (และวิธีแก้จากประสบการณ์จริง) การสร้างห้องปฏิบัติการในโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ได้มีความท้าทายแค่เรื่องงบประมาณแต่ในหลายโครงการ ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทางกลับส่งผลต่อ การใช้งานจริง และ มาตรฐาน ในระยะยาวหลายกรณี ต้องแก้ไขหน้างานหรือปรับแบบใหม่ทั้งหมดซึ่งทำให้ต้นทุนเพิ่มโดยไม่จำเป็น ปัญหาที่พบบ่อยในการสร้างห้องปฏิบัติการ ได้แก่ 1.ออกแบบ Layout ไม่ตรงกับการใช้งานจริง 2.เลือกวัสดุไม่เหมาะกับประเภทงาน 3.ออกแบบแยกระบบ (Furniture / Utility / Ventilation) 4.ไม่คำนึงถึงมาตรฐานตั้งแต่ต้น 5.เปลี่ยนแบบระหว่างดำเนินงาน ปัญหาเหล่านี้ สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ1. Layout ไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริง การวางผังพื้นที่ที่ไม่สอดคล้องกับลำดับการทำงาน (Workflow) เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อย ส่งผลให้ผู้ใช้งานต้องเดินย้อนขั้นตอน เคลื่อนย้ายตัวอย่างโดยไม่จำเป็น และเกิดความสับสนระหว่างการปฏิบัติงาน แนวทางแก้ไข: • ออกแบบตาม Workflow จริง • วิเคราะห์การใช้งานก่อนวาง Layout Layout ที่ดีควรสะท้อนกระบวนการทำงาน ไม่ใช่เพียงจัดวางพื้นที่ให้ดูสวยงาม2. เลือกวัสดุไม่เหมาะกับงาน วัสดุของโต๊ะปฏิบัติการและเฟอร์นิเจอร์ห้อง Lab มีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งาน ความปลอดภัย และค่าบำรุงรักษา หากเลือกวัสดุไม่เหมาะกับประเภทของสารเคมีหรือสภาพแวดล้อมการใช้งาน อาจทำให้พื้นผิวเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร แนวทางแก้ไข: • เลือกวัสดุตามประเภทงาน • พิจารณา Chemical Resistance การเลือกวัสดุที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น ช่วยลดต้นทุนการซ่อมบำรุงในระยะยาว3. ออกแบบแยกระบบ อีกหนึ่งปัญหาที่พบเป็นประจำ คือการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบแก๊ส และระบบระบายอากาศแยกจากกัน ทำให้เมื่อเริ่มติดตั้งจริงเกิดปัญหาหน้างาน ต้องรื้อหรือปรับแก้หลายจุดแนวทางแก้ไข: • ออกแบบแบบ Integrated System • วางระบบทั้งหมดพร้อมกันตั้งแต่ต้น การมองห้องปฏิบัติการเป็น ระบบเดียว ช่วยลดปัญหาหน้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ4. ไม่คำนึงถึงมาตรฐาน หลายโครงการเริ่มพิจารณามาตรฐานเมื่อใกล้ใช้งาน หรือตอนไม่ผ่านการตรวจ Audit ส่งผลให้ต้องแก้ไขพื้นที่หรือปรับปรุงระบบเพิ่มเติมก่อนการตรวจรับแนวทางแก้ไข: • วิเคราะห์มาตรฐานตั้งแต่ต้น เช่น      • ISO 17025      • GMP การออกแบบโดยอ้างอิงมาตรฐานตั้งแต่ต้น ช่วยลดความเสี่ยงในการปรับแก้ภายหลัง5. เปลี่ยนแบบระหว่างดำเนินงาน การเปลี่ยนแบบหลังเริ่มผลิตหรือเริ่มก่อสร้าง มักส่งผลต่อทั้งต้นทุน ระยะเวลา และคุณภาพของโครงการแนวทางแก้ไข: • ทำแบบให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน • ใช้ 3D Visualization เพื่อจำลองก่อนผลิตจริง การตัดสินใจให้ครบก่อนเริ่มงาน ย่อมคุ้มค่ากว่าการแก้ไขเมื่อโครงการดำเนินไปแล้วทำไมปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น? จากประสบการณ์ของโครงการจริง สาเหตุหลักของปัญหาไม่ได้เกิดจากงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการขาดการวางแผนเชิงระบบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นปัจจัยที่พบได้บ่อย ได้แก่ • ขาดการวางแผนเชิงระบบ • มอง Lab เป็นแค่เฟอร์นิเจอร์   • ไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้าน Laboratory Engineering เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ไม่เชื่อมโยงกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงมักปรากฏในช่วงติดตั้งหรือหลังเริ่มใช้งานจริง ซึ่งมีต้นทุนในการแก้ไขสูงกว่าการวางแผนตั้งแต่แรกหลายเท่ามุมมองทางวิศวกรรม จากประสบการณ์ในการออกแบบห้องปฏิบัติการ ปัญหาส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ หากนำหลัก Engineering-Based Design และ Integrated Lab System มาใช้ตั้งแต่ระยะวางแนวคิดของโครงการสรุป ห้องปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้เกิดจากการแก้ไขปัญหาเมื่อโครงการแล้วเสร็จ แต่เกิดจากการป้องกันปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบการวางแผนที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ช่วยลดต้นทุน ลดการแก้ไขหน้างาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน และรองรับมาตรฐานที่องค์กรต้องการได้ในระยะยาวสำหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการ EASYLAB พร้อมให้คำปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กรLine: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6