20 กุมภาพันธ์ 2562

เข้าร่วมการสัมมนาวิชาการครั้งที่ 2 ASHRAE Technical Seminar

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 บริษัท เอส.เค.เพาเวอร์เอเบิล จำกัด ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมการสัมมานาวิชาการ "ASHRAE Technical Seminar #2" ที่จัดขึ้นโดย ASHRAE THAILAND จัดขึ้นที่ โรงแรมสวิสโซเทล รัชดา กรุงเทพมหานคร
102210af9953c2-5de1-4175-b2e3-016e9b075cdf.png

อ่านเพิ่มเติม

2 ตุลาคม 2569

Fume Hood คืออะไร? และเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานในห้อง Lab

Fume Hood คืออะไร? และเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานในห้อง Labเมื่อพูดถึงการทางานกับสารเคมีในห้องปฏิบัติการ หนึ่งในอุปกรณ์ที่มีบทบาทสาคัญต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานคือ Fume Hood หรือ ตู้ดูดไอสารเคมีหน้าที่ของ Fume Hood คือการช่วยดูดและควบคุมไอระเหยที่เกิดขึ้นระหว่างการทางาน เพื่อลดโอกาสที่ไอสารเคมีจะกระจายเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติงานแต่การมี Fume Hood อยู่ภายในห้อง ไม่ได้หมายความว่าระบบจะปลอดภัยโดยอัตโนมัติเพราะประสิทธิภาพของ Fume Hood ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวตู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์กับประเภทของงาน สารเคมีที่ใช้งาน และระบบระบายอากาศของห้องปฏิบัติการโดยรวมก่อนเลือก Fume Hood ต้องรู้ก่อนว่าใช้กับงานอะไร Fume Hood แต่ละแบบไม่ได้เหมาะกับทุกลักษณะงาน ก่อนตัดสินใจเลือก จึงควรเริ่มจากการทาความเข้าใจว่า ภายในตู้จะถูกนาไปใช้กับ   1.งานประเภทใด ใช้สารเคมีในลักษณะใด   2.มีความเข้มข้นของสารเคมีมากน้อยเพียงใด  3.พิจารณาว่า ระบบ Ventilation ของพื้นที่สามารถรองรับการทางานของ Fume Hood ได้อย่าง เหมาะสมหรือไม่ดังนั้น การเลือก Fume Hood จึงไม่ควรเริ่มจากการดูเฉพาะขนาดหรือรูปแบบของตู้ แต่ควรเริ่มจาก ลักษณะการใช้งานจริงของห้องปฏิบัติการDucted และ Ductless ต่างกันอย่างไร?Fume Hood สามารถแบ่งตามลักษณะการจัดการอากาศได้เป็น 2 รูปแบบหลักDucted Fume Hoodเป็นระบบที่นาอากาศจากภายใน Fume Hood ระบายออกไปยังภายนอกผ่านระบบท่อ ดังนั้น การใช้งานจึงต้องพิจารณาร่วมกับระบบระบายอากาศและองค์ประกอบอื่นของอาคาร เพื่อให้การระบายอากาศสามารถทางานได้สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมของห้องDuctless Fume Hoodเป็นระบบที่ใช้การกรองอากาศภายใน ก่อนจัดการอากาศตามรูปแบบของระบบการเลือกใช้งานจึงต้องพิจารณาให้สัมพันธ์กับลักษณะงานและสารเคมีที่ใช้งานเช่นเดียวกันสิ่งสาคัญจึงไม่ใช่การถามว่า Ducted หรือ Ductless แบบไหน ดีกว่า แต่ควรถามว่า ระบบแบบใด เหมาะกับงานและระบบของห้องนี้มากกว่าFume Hood ที่ดี ต้องดูมากกว่าความสามารถในการดูดในมุมมองทางวิศวกรรม การพิจารณาประสิทธิภาพของ Fume Hood ไม่ควรมองเพียงว่าตู้สามารถดูดอากาศได้หรือไม่ แต่ยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมกัน เช่น  • Face Velocity   • Airflow Stability   • การทางานร่วมกับ HVAC Systemเพราะ Fume Hood เป็นอุปกรณ์ที่มีการนาอากาศออกจากพื้นที่ การทางานของตู้จึงมีความสัมพันธ์กับระบบอากาศภายในห้องโดยตรงหากพิจารณาเฉพาะตัว Fume Hood โดยไม่คานึงถึงระบบโดยรอบ อาจทาให้ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งานจริงแตกต่างจากที่คาดไว้ทาไม Fume Hood ต้องออกแบบร่วมกับระบบอากาศของห้อง?หนึ่งในปัญหาที่พบได้จากหน้างาน คือFume Hood ทางานได้ แต่ห้องโดยรวมไม่รองรับนั่นหมายความว่า แม้ตัวตู้จะสามารถทาหน้าที่ของตัวเองได้ แต่หากระบบอากาศของห้องไม่ได้ถูกออกแบบให้สัมพันธ์กัน การทางานโดยรวมก็อาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ และส่งผลต่อความปลอดภัยของพื้นที่ได้นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Fume Hood ไม่ควรถูกพิจารณาแยกออกจาก Ventilation หรือ HVAC Systemแต่ควรถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบอากาศทั้งหมดภายในห้องปฏิบัติการมุมมองทางวิศวกรรมการเลือก Fume Hood จึงไม่ควรจบเพียงคาถามว่าตู้รุ่นนี้ดูดไอสารเคมีได้หรือไม่?แต่ควรพิจารณาต่อไปว่าเมื่อนาตู้มาใช้งานจริงแล้ว จะสามารถทางานร่วมกับระบบของห้องได้อย่างเหมาะสมหรือไม่?เพราะห้องปฏิบัติการประกอบด้วยหลายระบบที่ทางานร่วมกัน ทั้ง Fume Hood, Ventilation และ HVAC System การออกแบบแบบ Integrated Lab System จึงช่วยให้การเลือกอุปกรณ์ไม่ได้ถูกพิจารณาแบบแยกส่วน แต่เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมและการใช้งานจริงของห้องสรุปFume Hood เป็นอุปกรณ์สาคัญสาหรับช่วยควบคุมไอระเหยจากการทางานภายในห้องปฏิบัติการแต่การเลือก Fume Hood ที่เหมาะสม ไม่ควรพิจารณาเฉพาะตัวตู้เพียงอย่างเดียว ต้องมองตั้งแต่ประเภทของงาน ลักษณะการใช้สารเคมี ระบบ Ventilation ไปจนถึงการทางานร่วมกับระบบอากาศของห้องเพราะ Fume Hood ที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงตู้ที่สามารถดูดไอสารเคมีได้ แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของระบบห้องปฏิบัติการที่สามารถทางานร่วมกันได้อย่างเหมาะสมและรองรับการใช้งานจริงสาหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการ EASYLAB พร้อมให้คาปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กรLine: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6

115036ออกแบบห้องปฏิบัติการ (Lab) อย่างไรให้ผ่าน Audit ตั้งแต่ครั้งแรก.png

อ่านเพิ่มเติม

2 มิถุนายน 2569

ออกแบบห้องปฏิบัติการ (Lab) อย่างไรให้ผ่าน Audit ตั้งแต่ครั้งแรก?

สำหรับหลายโรงงานการสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ไม่ได้จบแค่ใช้งานได้แต่ต้อง ผ่านการตรวจประเมิน (Audit)จากหน่วยงานหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องปัญหาที่พบได้บ่อยคือ ห้อง Lab ใช้งานได้จริงแต่ ไม่ผ่านมาตรฐานซึ่งนำไปสู่การ แก้ไขซ้ำ เสียเวลา และเพิ่มงบประมาณการออกแบบห้องปฏิบัติการให้ผ่าน Auditควรคำนึงถึง 3 เรื่องหลัก ได้แก่1.ออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง2.วาง Layout ให้รองรับ Workflow จริง3.ออกแบบระบบให้ครบ (Integrated Engineering System)มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับห้อง Labห้องปฏิบัติการในโรงงานอุตสาหกรรมมักต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน เช่น· ISO 17025· GMP· HACCPแต่ละมาตรฐานมีข้อกำหนดด้าน พื้นที่ ระบบ และความปลอดภัย ที่แตกต่างกัน1. ออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือออกแบบห้อง Lab ก่อนแล้วค่อย มาเช็คมาตรฐานทีหลังแนวทางที่ถูกต้องคือต้องนำ Requirement ของมาตรฐาน มาใช้ตั้งแต่ต้นเช่น· การแยกพื้นที่สะอาด / ปนเปื้อน· การควบคุมการไหลของตัวอย่าง· การจัดเก็บสารเคมีอย่างปลอดภัย2. วาง Layout ตาม Workflow จริงLayout ที่ดีต้องรองรับ ลำดับการทำงานตัวอย่าง:· รับตัวอย่าง → วิเคราะห์ → บันทึกผล → จัดเก็บหากวาง Layout ไม่สอดคล้องจะเกิด:· การเดินย้อน· ความเสี่ยงในการปนเปื้อน· ความผิดพลาดในการทำงาน 3. ออกแบบระบบให้ครบ (Integrated System)ห้อง Lab ไม่ใช่แค่โต๊ะและอุปกรณ์ แต่คือระบบที่ต้องทำงานร่วมกัน· Laboratory Furniture· ระบบไฟฟ้า น้ำ และแก๊ส· ระบบระบายอากาศและความปลอดภัยมุมมองทางวิศวกรรมการผ่าน Auditไม่ใช่เรื่องของเอกสารเพียงอย่างเดียวแต่คือการออกแบบระบบที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นแนวคิด Engineering-Based Designช่วยให้สามารถวางโครงสร้างห้อง Labให้สอดคล้องทั้งการใช้งาน และมาตรฐานได้พร้อมกัน ห้องปฏิบัติการที่ผ่าน Auditไม่ได้เกิดจากการแก้ไขภายหลังแต่เกิดจาก การออกแบบที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นการวางระบบแบบ Integrated Lab Systemจะช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มความมั่นใจในการตรวจประเมินเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล