19 กรกฎาคม 2568

งานประชุมวิชาการระดับชาตินเรศวรวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 21

EASY LAB ร่วมงานประชุมวิชาการนเรศวรวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 21 ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก | 17–18 กรกฎาคม 2568 EASY LAB เข้าร่วมออกบูธในงานประชุมวิชาการระดับชาติที่จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอเทคโนโลยีความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ เช่น ตู้ดูดควัน ตู้เก็บสารเคมี และ Canopy Hood รวมถึงระบบ 3D Virtual Lab Design ที่ช่วยจำลองห้องแล็บเสมือนจริงก่อนเริ่มผลิตจริง บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนใจจากนักวิจัย อาจารย์ นักศึกษา และผู้ร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งได้เข้ามาเยี่ยมชม พูดคุย และแลกเปลี่ยนความรู้กับทีมงาน EASY LAB อย่างใกล้ชิด ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาที่บูธของเรา แล้วพบกันใหม่ในงานครั้งต่อไป
152437ChatGPT Image 15 พ.ค. 2569 15_23_52.webp

อ่านเพิ่มเติม

15 พฤษภาคม 2569

ตู้ดูดควันในแล็บ ดูดควันไม่ออก — เกิดจากอะไร และอันตรายแค่ไหน?

ถ้าคุณเคยรู้สึกว่ามีกลิ่นสารเคมีรั่วออกมาจากตู้ดูดควันขณะทำงาน นั่นไม่ใช่เรื่องปกติตู้ดูดควัน (Fume Hood) คืออุปกรณ์ด้านแรกที่ปกป้องคุณจากไอสารเคมีในทุกการทดลอง แต่จากประสบการณ์กว่า 30 ปีในวงการวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ พบว่าแล็บส่วนใหญ่ในไทยใช้ตู้ดูดควันที่ทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน โดยไม่รู้ตัวสัญญาณที่บอกว่าตู้ดูดควันของคุณมีปัญหาก่อนจะพูดถึงสาเหตุ ลองเช็กตัวเองก่อนครับว่าเคยเจอสิ่งเหล่านี้ไหม- ได้กลิ่นสารเคมีขณะทำงานอยู่หน้าตู้- เปลวไฟหรือควันเคลื่อนที่ออกด้านหน้าแทนที่จะถูกดูดเข้าไป- กระดาษทิชชูที่วางขอบตู้ไม่ถูกดูดเข้าหาตู้- ระบบส่งเสียงดังผิดปกติหรือทำงานไม่สม่ำเสมอถ้าเจอสิ่งเหล่านี้แม้แค่ข้อเดียว แสดงว่าระบบ containment ของตู้กำลังล้มเหลว และคุณกำลังสูดดมไอสารเคมีเข้าร่างกายโดยไม่รู้ตัวFace Velocity คืออะไร และทำไมถึงสำคัญที่สุดตัวเลขที่วัดประสิทธิภาพของตู้ดูดควันเรียกว่า Face Velocity ความเร็วของกระแสอากาศที่ดูดเข้าตู้ผ่านช่องเปิดด้านหน้ามาตรฐาน ASHRAE 110 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการทดสอบ fume hood กำหนดค่า face velocity ที่ปลอดภัยไว้ที่ 0.3–0.5 เมตรต่อวินาที (60–100 fpm)ต่ำกว่านี้ = ดูดไม่พอ ไอสารเคมีรั่วออกมาสูงกว่านี้มากเกินไป = เกิด turbulence อากาศวนกลับออกมาแทนปัญหาคือแล็บส่วนใหญ่ไม่เคยวัดค่านี้เลยตั้งแต่ติดตั้ง5 สาเหตุหลักที่ทำให้ตู้ดูดควันทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน1. ออกแบบระบบ ventilation ผิดตั้งแต่แรกท่อระบายอากาศขนาดผิด หรือ fan ที่เลือกมาไม่รองรับ static pressure ที่แท้จริงของระบบ เป็นปัญหาที่แก้ยากที่สุดเพราะต้องแก้ที่การออกแบบ ไม่ใช่แค่ปรับ setting2. มีคนเปิดประตู-หน้าต่างใกล้ตู้กระแสลมจากภายนอกรบกวน airflow หน้าตู้โดยตรง แม้แค่คนเดินผ่านเร็วๆ ก็ทำให้เกิด turbulence ได้ชั่วคราว3. ตำแหน่งติดตั้งผิดตู้ดูดควันที่อยู่ใกล้ประตู ช่องแอร์ หรืออยู่ในทางสัญจรของคน จะเกิดปัญหา cross-draft ซึ่งรบกวน containment อย่างรุนแรง4. ไม่ได้รับการ maintainฝุ่นและสารตกค้างในท่อสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ airflow ลดลงทีละน้อยจนผู้ใช้งานไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง5. เปิด sash สูงเกินไปยิ่ง sash เปิดสูง พื้นที่หน้าตู้กว้างขึ้น face velocity ลดลงโดยอัตโนมัติ ตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดคือเปิด sash ไม่เกิน 45 ซม. หรือตามที่ตู้กำหนดอันตรายที่เกิดขึ้นจริงเมื่อตู้ทำงานผิดมาตรฐานไม่ใช่แค่เรื่องกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ครับ แต่มีผลกระทบที่จับต้องได้สารเคมีหลายชนิดที่ใช้ในแล็บทั่วไปเช่น formaldehyde, benzene, หรือ acid vapor มีค่า TLV (Threshold Limit Value) ต่ำมาก การสูดดมสะสมแม้ในปริมาณน้อยทุกวันส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ตับ และระบบประสาทในระยะยาว โดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้สึกถึงอันตรายในทันทีวิธีเช็กเบื้องต้นที่ทำได้เองก่อนเรียกวิศวกรมาตรวจ ลองทำ smoke test อย่างง่ายครับใช้ smoke pencil หรือ smoke tube วางที่ระยะ 15 ซม. หน้า sash แล้วดูว่าควันถูกดูดเข้าตู้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ถ้าควันวนกลับออกมาหรือเคลื่อนที่ผิดทิศ แสดงว่ามีปัญหา containment ชัดเจนวิธีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบตามมาตรฐาน EN14175 ที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงตู้ดูดควันที่ได้มาตรฐานจริงๆ ต้องผ่านอะไรบ้างตู้ดูดควันที่ปลอดภัยสำหรับงาน laboratory จริงๆ ต้องได้รับการออกแบบและทดสอบตามมาตรฐานเหล่านี้- ASHRAE 110 — ทดสอบ containment performance ด้วย tracer gas จริง- EN14175 — มาตรฐานยุโรปสำหรับ fume cupboard ทั้งด้าน safety และ performance- CE Marking — รับรองว่าผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของสหภาพยุโรปถ้าตู้ที่ใช้อยู่ไม่มีเอกสารรับรองเหล่านี้ ควรตรวจสอบกับผู้จัดจำหน่ายให้ชัดเจนสรุปสิ่งที่ควรทำทันทีถ้าสงสัยว่าตู้ดูดควันในแล็บของคุณทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน อย่ารอให้มีอาการก่อนครับทำ smoke test เบื้องต้นเอง และถ้าพบสิ่งผิดปกติให้แจ้ง lab manager หรือวิศวกรผู้รับผิดชอบทันที การวัด face velocity และทดสอบระบบ ventilation ตามมาตรฐาน ASHRAE 110 ควรทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ไม่ใช่แค่ตอนติดตั้งครั้งแรกห้องปฏิบัติการที่ปลอดภัยไม่ได้เริ่มจากอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล แต่เริ่มจากระบบที่ออกแบบและดูแลรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

113028Untitled-1.jpg

อ่านเพิ่มเติม

26 ตุลาคม 2563

"New Normal (วิถีชีวิตใหม่) ในสถานการณ์ด้านแรงงานปัจจุบัน" และพิธีมอบเกียรติบัตร

เมื่อวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา บริษัท เอส.เค.เพาเวอร์เอเบิล จำกัด ได้เข้าร่วมการประชุมชี้แจงให้ความรู้ในหัวข้อ "New Normal (วิถึชีวิตใหม่) ในสถานการณ์ด้านแรงงานปัจจุบัน" และพิธีมอบเกียรติบัตร ณ ห้องประชุมพันท้ายนรสิงห์ ๔๐๑ ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจัดโดย สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ในการจัดงานครั้งนี้บริษัท เอส.เค.เพาเวอร์เอเบิล จำกัด ได้เข้าร่วมพิธีมอบเกียรติบัตรอันทรงเกียรติ ทั้งสิ้น 3 รายการ คือ 1. สถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2563 ระดับประเทศ 2. ใบรับรองมาตรฐานแรงงานไทย (มรท.๘๐๐๑-๒๕๕๓) 3. ใบรับรองมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบกิจการ ประจำปี 2563 ถือเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ที่แสดงให้เห็นถึงการบริหารงานภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะดูแลพนักงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้องตามหลักสิทธิมนุษยชนด้านแรงงาน

135713แบนเนอร์.png

อ่านเพิ่มเติม

4 เมษายน 2569

งบประมาณสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงาน คิดอย่างไรให้ไม่บานปลาย?

หลายโรงงานเริ่มต้นโครงการห้องปฏิบัติการ (Lab) ด้วยคำถามเดียว "ต้องใช้งบเท่าไร?"แต่ในความเป็นจริง งบประมาณของห้อง Lab ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ขนาดห้อง เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ ระดับของระบบวิศวกรรม ที่ต้องการงบประมาณสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ:500,000 – 1,000,000 บาท → ห้อง Lab ขนาดเล็ก / ระบบพื้นฐาน1,000,000 – 2,000,000 บาท → ห้อง Lab ขนาดกลาง / ระบบครบ2,000,000 – 3,000,000+ บาท → ห้อง Lab ที่มีระบบเฉพาะทางทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ: ประเภทของงาน (QC / QA / R&D) วัสดุที่เลือกใช้ และความซับซ้อนของระบบ (Utility & Ventilation)  ปัจจัยที่มีผลต่องบประมาณ งบประมาณของห้อง Lab ไม่ได้ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลักดังนี้1. ประเภทของห้องปฏิบัติการ ห้อง Lab QC → ระบบไม่ซับซ้อน ห้อง Lab R&D → ต้องรองรับความยืดหยุ่นสูง ห้อง Lab เคมี → ต้องมีระบบความปลอดภัยเพิ่มเติม       2. วัสดุของ Lab Furnitureวัสดุที่เลือกใช้ ส่งผลโดยตรงต่อราคาและอายุการใช้งานตัวอย่าง: Epoxy Resin → ทนสารเคมีสูง Phenolic Resin → สมดุลราคาและคุณภาพ Stainless Steel → เหมาะกับงานเฉพาะทาง  3. ระบบวิศวกรรม (Engineering System)ส่วนนี้คือ ตัวแปรสำคัญที่สุด ระบบไฟฟ้าเฉพาะทาง ระบบน้ำและ Drain ระบบแก๊ส ระบบระบายอากาศ (Fume Hood)  4. ขนาดและ Layout พื้นที่มาก → ต้นทุนเพิ่ม Layout ซับซ้อน → ติดตั้งยากขึ้น แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่ ขนาดใหญ่ คือ ออกแบบให้ใช้งานได้จริงทำไมงบประมาณถึงบานปลาย?จากประสบการณ์ในโครงการจริง สาเหตุหลักมักเกิดจาก: เริ่มต้นโดยไม่มีแบบที่ชัดเจน ออกแบบแยกระบบ (Furniture / Utility / Ventilation) เปลี่ยนแบบระหว่างดำเนินงาน เลือกวัสดุไม่เหมาะสม  แนวทางควบคุมงบประมาณเพื่อให้โครงการไม่บานปลาย ควรวางแผนตั้งแต่ต้น ดังนี้ กำหนด Scope งานให้ชัด ออกแบบแบบครบระบบ (Integrated Design) ทำ 3D ก่อนผลิตจริง ประเมินงบโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Laboratory Engineering  มุมมองทางวิศวกรรมในหลายโครงการ งบประมาณที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เกิดจาก ราคาวัสดุ แต่เกิดจาก การแก้ไขหน้างาน การออกแบบแบบ Integrated Lab System ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดต้นทุนแฝง และเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาวงบประมาณของห้องปฏิบัติการในโรงงาน ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวแต่คือผลลัพธ์ของการออกแบบ + ระบบ + มาตรฐาน การวางแผนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้คุณได้ห้อง Lab ที่: ใช้งานได้จริง ควบคุมงบประมาณได้ และรองรับการเติบโตขององค์กรในอนาคต       เนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล