มาตรฐาน SEFA 8 สำหรับเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการคืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญต่อการออกแบบ Laboratory Design

24 มีนาคม 2569

มาตรฐาน SEFA 8 สำหรับเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการคืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญต่อการออกแบบ Laboratory Design

การออกแบบห้องปฏิบัติการ (Laboratory Design)

ในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเพียงเรื่องความสวยงามหรือการจัดวางพื้นที่ใช้งานเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความทนทานต่อสารเคมี และประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ใช้งานอีกด้วย หนึ่งในมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลสำหรับ เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ (Laboratory Furniture) คือ มาตรฐาน SEFA 8 ซึ่งถูกใช้เป็นแนวทางในการออกแบบและทดสอบเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในห้องปฏิบัติการทั่วโลก

สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาห้องปฏิบัติการให้ได้มาตรฐาน เช่น ห้องแล็บในมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล หรืออุตสาหกรรม การเข้าใจมาตรฐาน SEFA 8 ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการออกแบบระบบ Laboratory Engineering ที่มีประสิทธิภาพ


SEFA คืออะไร

SEFA (Scientific Equipment and Furniture Association) เป็นองค์กรในสหรัฐอเมริกาที่พัฒนามาตรฐานสำหรับอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ โดยมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเฟอร์นิเจอร์แล็บโดยตรงคือ SEFA 8 – Laboratory Furniture Standard**

มาตรฐานนี้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการผลิตและทดสอบ laboratory furniture systems เช่น

โต๊ะปฏิบัติการ (Laboratory Bench)

- ตู้เก็บสารเคมี

- ตู้แขวนและตู้ใต้โต๊ะ

- ระบบโครงสร้างเฟอร์นิเจอร์

เป้าหมายหลักของ SEFA 8 คือการทำให้เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการสามารถรองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมี อุณหภูมิ และการใช้งานหนักได้อย่างปลอดภัย


 การทดสอบสำคัญตามมาตรฐาน SEFA 8

หนึ่งในจุดเด่นของมาตรฐาน SEFA 8 คือการกำหนด การทดสอบด้านความทนทานและความปลอดภัย ของเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด ตัวอย่างการทดสอบที่สำคัญ ได้แก่

1. Chemical Resistance Test

ทดสอบความทนทานต่อสารเคมี เช่น กรด ด่าง และตัวทำละลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในห้องปฏิบัติการ

2. Load Bearing Test

ทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักของโครงสร้างโต๊ะและตู้ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับเครื่องมือวิทยาศาสตร์หรืออุปกรณ์หนักได้

3. Impact Resistance Test

ทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทก เช่น การตกของอุปกรณ์

4. Heat Resistance Test

ทดสอบความทนทานต่ออุณหภูมิสูง ซึ่งอาจเกิดจากการทดลองหรืออุปกรณ์ให้ความร้อน

การทดสอบเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจว่าเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการมีความแข็งแรงและปลอดภัยในการใช้งานระยะยาว


ความสัมพันธ์ระหว่าง SEFA 8 กับการออกแบบห้องปฏิบัติการ

มาตรฐาน SEFA 8 ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับตัวเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น แต่ยังมีผลต่อการวางแผน การออกแบบห้องปฏิบัติการ (Laboratory Design) โดยรวม เช่น

- การจัดวางโต๊ะปฏิบัติการให้เหมาะสมกับ Workflow

- การเลือกวัสดุพื้นผิวที่ทนสารเคมี

การออกแบบพื้นที่ทำงานให้รองรับอุปกรณ์ทดลอง

นอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการยังต้องทำงานร่วมกับระบบสำคัญอื่น ๆ เช่น

- Fume Hood สำหรับดูดไอสารเคมี

- ระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการ

- ระบบท่อก๊าซและระบบสาธารณูปโภค

ดังนั้น การออกแบบห้องปฏิบัติการที่ดีจึงต้องพิจารณาทั้ง laboratory furniture, fume hood engineering และระบบวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ ให้ทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสม


บทบาทของ Laboratory Engineering ในการพัฒนาห้องปฏิบัติการ

ในโครงการพัฒนาห้องปฏิบัติการสมัยใหม่ การออกแบบมักดำเนินการในรูปแบบ Turnkey Laboratory Project ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่

- การวางแผน laboratory design

การเลือก laboratory furniture systems

- การออกแบบ fume hood

- การวางระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการ

- การติดตั้งและทดสอบระบบ

ในประเทศไทย บริษัทที่ให้บริการด้าน Laboratory Engineering เช่น S.K. Powerable Co., Ltd. มีบทบาทในการให้คำปรึกษา ออกแบบ และติดตั้งระบบห้องปฏิบัติการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงแนวทางการเลือกเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับประเภทของงานวิจัยหรือการทดสอบ

การทำงานของผู้เชี่ยวชาญด้าน laboratory engineering ช่วยให้โครงการห้องปฏิบัติการมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับการใช้งานในระยะยาวได้


มาตรฐาน SEFA 8 เป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญที่ใช้กำหนดคุณภาพและความปลอดภัยของ เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ (Laboratory Furniture) โดยครอบคลุมการทดสอบด้านความทนทานต่อสารเคมี ความแข็งแรงของโครงสร้าง และความปลอดภัยในการใช้งาน

สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาห้องปฏิบัติการให้มีมาตรฐานระดับสากล การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สอดคล้องกับ SEFA 8 ควรดำเนินการควบคู่กับการวางแผน การออกแบบห้องปฏิบัติการ (Laboratory Design) รวมถึงระบบสำคัญ เช่น fume hood และ ระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการ

เนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLAB

ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)

ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab System

เพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

111824Gemini_Generated_Image_t1uxh5t1uxh5t1ux.png

อ่านเพิ่มเติม

1 เมษายน 2569

การสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรมต้องเริ่มจากอะไร?

หลายโรงงานเริ่มสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) โดยโฟกัสที่ อุปกรณ์และงบประมาณแต่ปัญหาที่พบในภายหลัง คือใช้งานไม่สอดคล้องจริง และไม่ผ่านการตรวจประเมิน (Audit) สาเหตุหลัก มักเกิดจากการ ไม่ได้ออกแบบในมุมวิศวกรรมตั้งแต่ต้นโดยทั่วไป ห้องปฏิบัติการในโรงงานอุตสาหกรรม จำเป็นต้องออกแบบให้สอดคล้องทั้ง การใช้งานจริง และ มาตรฐานที่เกี่ยวข้องการสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรม ควรเริ่มจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่1.กำหนดประเภทของห้อง Lab (QC / QA / R&D)2.ออกแบบให้รองรับมาตรฐาน เช่น   • ISO 17025    • GMP3.วางระบบแบบ Integrated Engineering ตั้งแต่ต้น จุดเริ่มต้นที่ถูกต้องการออกแบบห้องปฏิบัติการในโรงงาน ควรเริ่มจาก ความเข้าใจการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงการเลือกอุปกรณ์หรือเฟอร์นิเจอร์โดยต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า ห้อง Lab จะถูกใช้ในงานประเภทใด เช่น งานตรวจสอบคุณภาพ (QC) หรือวิจัยและพัฒนา (R&D)มุมมองทางวิศวกรรมที่มักถูกมองข้ามในทางปฏิบัติ ห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ไม่ใช่เพียง “พื้นที่ใช้งาน”แต่คือการรวมกันของระบบหลัก ได้แก่• Laboratory Furniture (โต๊ะและระบบจัดวางอุปกรณ์) • Utility System (ระบบไฟฟ้า น้ำ และแก๊ส)• Ventilation & Safety System (ระบบระบายอากาศและความปลอดภัย)หากออกแบบแยกส่วนจะทำให้เกิดปัญหาในการใช้งานจริงในระยะยาว ขั้นตอนการออกแบบและก่อสร้างการสร้างห้อง Lab ในโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควรดำเนินการตามลำดับขั้น ดังนี้ • สำรวจพื้นที่ (Site Survey) • ออกแบบ Layout ตามลักษณะการใช้งาน (Workflow) • จำลองภาพ 3D ก่อนการผลิตจริง • ผลิตและติดตั้งระบบทั้งหมด แนวทางนี้  ช่วยลดความผิดพลาด และควบคุมงบประมาณได้ตั้งแต่ต้นงบประมาณโดยประมาณห้องปฏิบัติการในโรงงานขนาดกลาง มักใช้งบประมาณประมาณ 500,000 – 3,000,000 บาทขึ้นอยู่กับ:  • ขนาดพื้นที่  • ประเภทของงาน  • และระดับความซับซ้อนของระบบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย• ออกแบบ Layout ไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริง• เลือกวัสดุไม่เหมาะกับประเภทงาน• แยกออกแบบระบบแต่ละส่วน• ไม่คำนึงถึงมาตรฐานตั้งแต่ต้น การสร้างห้องปฏิบัติการในโรงงาน ไม่ใช่เพียงการติดตั้งอุปกรณ์ให้ครบ แต่ต้องเริ่มจาก แนวคิดการออกแบบเชิงวิศวกรรม เพื่อให้สามารถใช้งานได้จริง และรองรับมาตรฐานในระดับสากลเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

141126ปกเว็บ.png

อ่านเพิ่มเติม

15 ธันวาคม 2568

บรรยากาศสุดประทับใจในงาน TSEN 2 / 2025

ตลอดสองวันที่งานประชุมเครือข่ายศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ประเทศไทย TSEN 2025 เต็มไปด้วยพลังบวกและความอบอุ่นจากทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชม บูธ GRAMMY & EASY LAB เราได้พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดียเกี่ยวกับการพัฒนาแล็บทั้งด้านการออกแบบ ความปลอดภัย และการสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์การทำงานจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราภูมิใจและตั้งใจนำเสนอในครั้งนี้ สิ่งที่ทำให้ครั้งนี้พิเศษยิ่งขึ้น คือการได้พบ ทั้งลูกค้าใหม่ที่เข้ามาทำความรู้จักเราเป็นครั้งแรก รวมถึงลูกค้าเดิมที่ตั้งใจแวะมาทักทาย พูดคุย และอัปเดตความคืบหน้าการใช้งานแล็บของตัวเอง และแน่นอนว่ากิจกรรมแจกของรางวัลก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม หลายท่านได้กลับบ้านพร้อมของที่ระลึกแบบจัดเต็ม สร้างบรรยากาศคึกคักตั้งแต่เริ่มงานจนวันสุดท้าย เราขอขอบคุณทุกการพูดคุย ทุกคำแนะนำ และทุกกำลังใจที่มอบให้ GRAMMY & EASY LAB การได้พบทุกท่านในครั้งนี้คือแรงผลักดันที่สำคัญในการพัฒนาโซลูชันห้องแล็บที่ดียิ่งขึ้นต่อไป