28 มิถุนายน 2562

บริษัท เอส.เค.เพาเวอร์เอเบิล จำกัด ได้ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐาน ISO45001:2018

ในวันที่ 27-28 มิถุนายน 2562 บริษัท เอส.เค.เพาเวอร์เอเบิล จำกัด ได้รับการตรวจเพื่อขอการรับรองมาตรฐาน ISO45001:2018 (ระบบการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย) โดย บริษัท บูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) จำกัด ผลการตรวจประเมินการดำเนินการของบริษัทฯ ผ่านและสอดคล้องกับมาตรฐาน ISO45001:2018
1338157ec3cb0b-573d-47f1-abf7-2b18ba6b1179.jpg

อ่านเพิ่มเติม

15 ตุลาคม 2569

ระบบแก๊สในห้องปฏิบัติการ (Lab Gas System) ต้องคำนึงอะไรบ้าง?

ระบบแก๊สในห้องปฏิบัติการ (Lab Gas System) ต้องคำนึงอะไรบ้าง? ห้องปฏิบัติการหลายประเภทจำเป็นต้องใช้แก๊สในกระบวนการวิเคราะห์ ทดสอบ หรือวิจัย ซึ่งระบบแก๊สถือเป็นหนึ่งในระบบวิศวกรรมที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับทั้งความปลอดภัยของผู้ใช้งานและความแม่นยำในการควบคุมสภาวะการทำงานของอุปกรณ์การออกแบบระบบแก๊สในห้องปฏิบัติการจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การส่งจ่ายแก๊สไปยังจุดใช้งานเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงการควบคุมแรงดัน การจัดวางแนวท่อ และการเตรียมระบบความปลอดภัยให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานจริงเพราะระบบแก๊สที่ดี ไม่ใช่เพียงระบบที่สามารถใช้งานได้ แต่ต้องสามารถควบคุมได้อย่างเหมาะสม และรองรับการจัดการเมื่อเกิดเหตุผิดปกติความปลอดภัย จุดเริ่มต้นของการออกแบบระบบแก๊สเมื่อระบบแก๊สมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงภายในห้องปฏิบัติการ การวางแผนด้านความปลอดภัยจึงควรเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่สิ่งที่พิจารณาเพิ่มเติมหลังจากติดตั้งระบบเสร็จแล้วองค์ประกอบสำคัญอย่างระบบตรวจจับการรั่วไหลของแก๊ส (Gas Leak Detection) และระบบตัดการจ่ายแก๊สฉุกเฉิน (Emergency Shut-off) จึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับประเภทแก๊สและความเสี่ยงของพื้นที่ ระบบเหล่านี้มีบทบาทในการช่วยตรวจพบความผิดปกติและรองรับการดำเนินการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อผู้ใช้งานและสภาพแวดล้อมภายในห้องปฏิบัติการการควบคุมแรงดัน ส่งผลต่อการทำงานของอุปกรณ์อย่างไร?นอกจากความปลอดภัยแล้ว การควบคุมแรงดันแก๊สยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากอุปกรณ์ภายในห้องปฏิบัติการแต่ละชนิดอาจต้องการแรงดันแก๊สที่แตกต่างกัน ระบบจ่ายแก๊สจึงต้องได้รับการออกแบบให้สามารถควบคุมแรงดันได้เหมาะสมกับข้อกำหนดของอุปกรณ์ที่นำมาใช้งานสิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการจ่ายแก๊สให้ถึงตำแหน่งที่ต้องการ แต่ต้องคำนึงถึงความเสถียรของแรงดันระหว่างการใช้งานด้วยดังนั้น การออกแบบระบบควบคุมแรงดัน (Pressure Regulation) จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ระบบแก๊สสามารถรองรับการทำงานของอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่องการจัดวางระบบแก๊ส สำคัญกว่าที่คิดการจัดวางแนวท่อแก๊สภายในห้องปฏิบัติการไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเลือกเส้นทางเดินท่อให้เชื่อมต่อถึงอุปกรณ์เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสะดวกในการใช้งาน การเข้าถึงระบบ และการบำรุงรักษาในอนาคตการออกแบบ Pipe Routing ที่เหมาะสมควรคำนึงถึงการลดความซับซ้อนของแนวท่อ รวมถึงการจัดตำแหน่งองค์ประกอบต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงเพื่อตรวจสอบหรือบำรุงรักษาได้สะดวกหากการจัดวางระบบไม่ได้รับการวางแผนอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้น อาจทำให้เกิดข้อจำกัดในการเข้าถึงอุปกรณ์ หรือสร้างความยุ่งยากเมื่อต้องปรับปรุงและดูแลระบบภายหลังการจัดวางระบบที่ดีจึงควรพิจารณาทั้งความเหมาะสมของพื้นที่และการใช้งานในระยะยาวควบคู่กันทำไมระบบแก๊สต้องออกแบบร่วมกับระบบอื่นภายในห้อง Lab?หนึ่งในประเด็นที่ควรให้ความสำคัญในการดำเนินโครงการห้องปฏิบัติการ คือการประสานงานระหว่างระบบวิศวกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบเพราะปัญหาที่พบในหน้างานบางครั้งไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์หรือระบบแก๊สโดยตรง แต่เกิดจากการติดตั้งที่ไม่ได้วางแผนร่วมกับองค์ประกอบอื่นตั้งแต่ต้นตัวอย่างเช่น การกำหนดตำแหน่งจุดจ่ายแก๊สโดยไม่พิจารณาตำแหน่งโต๊ะปฏิบัติการหรือเครื่องมือที่ต้องใช้งานร่วมกัน อาจทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแนวท่อหรือแก้ไขตำแหน่งติดตั้งภายหลัง การออกแบบระบบแก๊สจึงควรพิจารณาร่วมกับ Layout ของห้องปฏิบัติการ ตำแหน่งอุปกรณ์ และระบบวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกองค์ประกอบสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสมมุมมองทางวิศวกรรม: ระบบแก๊สไม่ควรถูกออกแบบแยกส่วนในมุมมองของงานวิศวกรรม ระบบแก๊สในห้องปฏิบัติการควรถูกพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของ Integrated Lab System มากกว่าการมองเป็นเพียงระบบจ่ายแก๊สที่ติดตั้งเพิ่มเติมภายในพื้นที่ตั้งแต่การกำหนดแนวท่อ การควบคุมแรงดัน ไปจนถึงการพิจารณาข้อกำหนดและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ทุกองค์ประกอบควรถูกวางแผนให้สัมพันธ์กับการใช้งานจริงของห้องปฏิบัติการแนวคิดนี้ช่วยให้การออกแบบไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความสามารถในการติดตั้งระบบให้แล้วเสร็จ แต่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะดวกในการใช้งาน และการบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งานของระบบสรุปการออกแบบระบบแก๊สในห้องปฏิบัติการ (Lab Gas System) เป็นงานที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความปลอดภัย การควบคุมแรงดัน และการจัดวางระบบให้เหมาะสมกับพื้นที่โดยเฉพาะการออกแบบให้ระบบแก๊สสามารถทำงานร่วมกับองค์ประกอบอื่นภายในห้องปฏิบัติการได้อย่างสอดคล้องกัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของแนวคิด Integrated Lab Systemเพราะท้ายที่สุดแล้ว ระบบแก๊สที่ดีไม่ได้วัดจากการจ่ายแก๊สไปยังจุดใช้งานได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นระบบที่สามารถควบคุมได้ มีความปลอดภัย และรองรับการใช้งานจริงในระยะยาวสำหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการEASYLAB พร้อมให้คำปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กรLine: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6

131445Lab Ventilation System.jpg

อ่านเพิ่มเติม

16 กันยายน 2569

ระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการ (Lab Ventilation System) ต้องออกแบบอย่างไรให้ปลอดภัย?

ระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการ (Lab Ventilation System) ต้องออกแบบอย่างไรให้ปลอดภัย? เมื่อพูดถึงความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ หลายคนอาจนึกถึงการจัดเก็บสารเคมี อุปกรณ์ป้องกัน หรือ Fume Hood เป็นอันดับแรกแต่ยังมีอีกหนึ่งระบบที่มีบทบาทโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน นั่นคือระบบระบายอากาศเพราะความเสี่ยงภายในห้องปฏิบัติการไม่ได้เกิดจากสารเคมีเพียงอย่างเดียว ไอระเหยที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องควบคุม หากระบบระบายอากาศถูกออกแบบไม่เหมาะสม อาจทำให้ไอระเหยสะสมอยู่ภายในพื้นที่และเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ใช้งานได้ดังนั้น การออกแบบ Lab Ventilation System จึงไม่ใช่เพียงการทำให้อากาศภายในห้องถ่ายเท แต่ต้องสามารถควบคุมการเคลื่อนที่ของอากาศ ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของแต่ละพื้นที่ด้วย ระบบระบายอากาศที่ดี ต้องควบคุมอะไรบ้าง? การออกแบบระบบระบายอากาศสำหรับห้องปฏิบัติการ ควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ ร่วมกัน 3 เรื่อง ได้แก่    1. การควบคุมทิศทางการไหลของอากาศ  2. อัตราการเปลี่ยนถ่ายอากาศ (Air Change Rate)  3. การควบคุมแรงดันอากาศ (Pressure Control) ทั้งสามส่วนมีความสัมพันธ์กัน และต้องถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบ1. ทิศทางการไหลของอากาศ สำคัญอย่างไร? สิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงว่า มีอากาศเข้าและออกจากห้องหรือไม่ แต่ต้องรู้ด้วยว่าอากาศกำลังเคลื่อนที่ จากที่ใด ไปยังที่ใดโดยหลักการ อากาศควรถูกควบคุมให้ไหลจากพื้นที่สะอาดไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เพื่อช่วยลดโอกาสที่สารปนเปื้อนจะแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นการกำหนดทิศทางของ Airflow จึงต้องพิจารณาร่วมกับการแบ่งพื้นที่และลักษณะงานภายในห้อง ไม่ควรออกแบบระบบระบายอากาศแยกออกจาก Layout ของห้องปฏิบัติการ 2. Air Change Rate (ACH) ไม่ใช่ตัวเลขเดียวสำหรับทุกห้อง Air Change Rate หรือ ACH คือจำนวนครั้งที่อากาศภายในพื้นที่ถูกเปลี่ยนถ่ายในหนึ่งชั่วโมง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการมีค่า ACH คือการกำหนดค่าให้เหมาะกับประเภทของงานห้องปฏิบัติการแต่ละประเภทมีลักษณะการใช้งาน ความเสี่ยง และอุปกรณ์ภายในแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำค่าเดียวกันไปใช้กับทุกพื้นที่โดยไม่พิจารณาเงื่อนไขการใช้งานจริงดังนั้น การกำหนด ACH จึงควรเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบทางวิศวกรรม ไม่ใช่เพียงการเลือกค่าทั่วไปแล้วนำมาใช้กับทุกห้อง 3. Pressure Control ช่วยควบคุมอากาศระหว่างพื้นที่ แรงดันอากาศเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยกำหนดทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศระหว่างห้องตัวอย่างเช่น ห้องเคมีอาจใช้แนวคิด Negative Pressure เพื่อควบคุมอากาศให้อยู่ในทิศทางที่เหมาะสมกับพื้นที่เสี่ยง ขณะที่พื้นที่สะอาดอาจใช้ Positive Pressure เพื่อช่วยควบคุมสภาพแวดล้อมภายในพื้นที่สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการสร้างแรงดันบวกหรือแรงดันลบ แต่คือการออกแบบ Pressure Control ให้สัมพันธ์กับหน้าที่ของแต่ละพื้นที่และทิศทางการไหลของอากาศที่ต้องการ Ventilation System ต้องมองร่วมกับอุปกรณ์ภายในห้อง การออกแบบระบบระบายอากาศไม่ควรพิจารณาเฉพาะตัวห้องเท่านั้น ยังต้องคำนึงถึง Airflow Pattern ภาระจากอุปกรณ์ (Equipment Load) รวมถึงการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ควบคุมไอสารเคมี เช่น Fume Hoodเพราะเมื่ออุปกรณ์แต่ละชนิดมีผลต่อการนำอากาศเข้าและออกจากพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงในระบบหนึ่งก็อาจส่งผลต่อสมดุลอากาศของอีกระบบหนึ่งได้การออกแบบจึงต้องมองภาพรวมของทั้งห้อง ไม่ใช่แยกคำนวณแต่ละอุปกรณ์ออกจากกันปัญหาที่พบหน้างาน อาจไม่ใช่ “ไม่มีระบบ” ในหลายโครงการ ปัญหาของห้องปฏิบัติการไม่ได้เกิดจากการไม่มีระบบระบายอากาศ แต่เกิดจากที่มีระบบระบายอากาศแต่ระบบไม่สัมพันธ์กันห้องอาจมีระบบจ่ายอากาศ มีระบบระบายอากาศ และมี Fume Hood อยู่แล้ว แต่หากแต่ละส่วนถูกออกแบบแยกจากกัน ก็อาจทำให้ทิศทางการไหลหรือสมดุลอากาศไม่เป็นไปตามที่ต้องการนี่จึงเป็นเหตุผลที่การออกแบบ Lab Ventilation System ควรเริ่มจากการมองระบบทั้งหมดร่วมกันตั้งแต่ต้นมุมมองทางวิศวกรรม Ventilation System ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงระบบประกอบอาคารอีกหนึ่งระบบ แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Integrated Lab System ที่ต้องเชื่อมโยงกับ Layout ลักษณะการใช้งาน อุปกรณ์ และระบบอื่นภายในห้องปฏิบัติการเพราะท้ายที่สุดแล้ว ความปลอดภัยของห้อง Lab ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง แต่อยู่ที่ว่าทุกระบบสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสมหรือไม่สรุป การออกแบบระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการที่ดี ไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มปริมาณลมหรือทำให้อากาศถ่ายเทมากขึ้นแต่ต้องพิจารณาทั้งทิศทางการไหลของอากาศ อัตราการเปลี่ยนถ่ายอากาศ การควบคุมแรงดัน และการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ภายในห้องเมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ถูกออกแบบให้สัมพันธ์กัน ระบบระบายอากาศจึงสามารถทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการ และรองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว  สำหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการ EASYLAB พร้อมให้คำปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กรLine: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6