5 กุมภาพันธ์ 2567

S.K.POWERABLE ได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่น 4 ปีซ้อน

ในวันที่ 14 ธันวาคม 2566 บริษัท เอส เค เพาเวอร์เอเบิล จำกัด ได้รับรางวัล "สถานประกอบการดีเด่น" ประจำปีพ.ศ. 2566 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน รางวัลนี้ รับมอบโดย นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ความภาคภูมิใจนี้เป็นเครื่องหมายยืนยันถึง ความมุ่งมั่นของพวกเรา ในการดูแลพนักงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานและบริษัท และด้วยความทุ่มเทของผู้บริหารและพนักงาน เอส เค เพาเวอร์เอเบิล ทุกคน ที่ร่วมแรงร่วมใจสร้างองค์กรของเราให้เติบโตอย่างยั่งยืน
092235153055ปก (1) (1).webp

อ่านเพิ่มเติม

18 มีนาคม 2569

ห้องปฏิบัติการที่ดี… เริ่มต้นที่ “ความเข้าใจ”

ก่อนการเลือก Laboratory Furniture หรือการติดตั้ง Lab Bench หลายคนมักเข้าใจว่าการสร้างห้องปฏิบัติการ (Laboratory) เริ่มต้นจากการเลือกโต๊ะแล็บหรืออุปกรณ์ที่ดูแข็งแรงและทนทาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ห้องปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มต้นจากการออกแบบที่ดี ซึ่งคำนึงถึงการใช้งานจริง ความปลอดภัย และการไหลของการทำงาน (Workflow) ภายในพื้นที่การออกแบบ Laboratory Design ที่ดีไม่ใช่เพียงการจัดวางอุปกรณ์ แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความเสี่ยง และรองรับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากลก่อนเริ่มต้นออกแบบหรือปรับปรุงห้องแล็บ มี 5 ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา1. ประเภทของห้องปฏิบัติการ (Lab Type)ขั้นตอนแรกของ Laboratory Design คือการกำหนดประเภทของห้องปฏิบัติการ เพราะห้องแล็บแต่ละประเภทมีความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น- ห้องปฏิบัติการเคมี (Chemical Lab)- ห้องจุลชีววิทยา (Microbiology Lab)- ห้องปฏิบัติการด้านอาหารหรือยา- ห้องวิจัยและพัฒนา (Research & Development Lab)ประเภทของงานวิจัยจะกำหนดทั้งการเลือก Lab Bench, ระบบระบายอากาศ และการเลือก Laboratory Furniture ที่เหมาะสม2. ระบบระบายอากาศ (Ventilation System)หัวใจสำคัญของห้องปฏิบัติการคือ ระบบระบายอากาศ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานการออกแบบระบบ Ventilation ต้องคำนึงถึง- การหมุนเวียนอากาศภายในห้อง- การควบคุมสารเคมีระเหย- ระบบกำจัดอากาศเสีย (Exhaust System)อุปกรณ์ที่สำคัญในระบบนี้คือ Fume Hood ซึ่งช่วยดูดและกำจัดไอระเหยของสารเคมีออกจากพื้นที่ทำงาน ลดความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงานและป้องกันการสะสมของสารอันตรายในห้องแล็บ3. การวางผังห้องปฏิบัติการ (Laboratory Layout & Workflow)การวางผังพื้นที่หรือ Lab Layout มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยตรงการออกแบบที่ดีควร- ลดการเดินที่ไม่จำเป็น (Waste of Movement)- ป้องกันการปนเปื้อน (Cross-contamination)- จัดตำแหน่ง Lab Bench และอุปกรณ์ให้เหมาะกับลำดับการทำงาน- การออกแบบ Workflow ที่เหมาะสมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุภายในห้องปฏิบัติการ4. การเลือกวัสดุ (Material Selection)วัสดุที่ใช้ใน Laboratory Furniture และ Lab Bench ต้องสามารถทนต่อสารเคมี- ความร้อน- ความชื้น- การกัดกร่อนการเลือกวัสดุที่เหมาะสม เช่น Chemical Resistant Worktop หรือ Epoxy Resin Surface จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ห้องแล็บ และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว5. มาตรฐานความปลอดภัย (Safety Standards)ห้องปฏิบัติการที่ดีต้องออกแบบภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล เช่น- SEFA Standard สำหรับ Laboratory Furniture- ASHRAE 110 สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของ Fume Hood- EN14175 มาตรฐานด้านความปลอดภัยของระบบดูดควันมาตรฐานเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจว่าห้องปฏิบัติการมีความปลอดภัย และสามารถรองรับการใช้งานในระดับวิจัยหรืออุตสาหกรรมได้ห้องปฏิบัติการที่ดี เริ่มต้นจากการออกแบบที่ถูกต้องการออกแบบห้องปฏิบัติการไม่ใช่เพียงการเลือก Lab Bench หรือ Laboratory Furniture ที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาองค์ประกอบทั้งหมด ตั้งแต่การวางผังพื้นที่ ระบบระบายอากาศ การเลือกวัสดุ ไปจนถึงมาตรฐานความปลอดภัยเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

152437ChatGPT Image 15 พ.ค. 2569 15_23_52.webp

อ่านเพิ่มเติม

15 พฤษภาคม 2569

ตู้ดูดควันในแล็บ ดูดควันไม่ออก — เกิดจากอะไร และอันตรายแค่ไหน?

ถ้าคุณเคยรู้สึกว่ามีกลิ่นสารเคมีรั่วออกมาจากตู้ดูดควันขณะทำงาน นั่นไม่ใช่เรื่องปกติตู้ดูดควัน (Fume Hood) คืออุปกรณ์ด้านแรกที่ปกป้องคุณจากไอสารเคมีในทุกการทดลอง แต่จากประสบการณ์กว่า 30 ปีในวงการวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ พบว่าแล็บส่วนใหญ่ในไทยใช้ตู้ดูดควันที่ทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน โดยไม่รู้ตัวสัญญาณที่บอกว่าตู้ดูดควันของคุณมีปัญหาก่อนจะพูดถึงสาเหตุ ลองเช็กตัวเองก่อนครับว่าเคยเจอสิ่งเหล่านี้ไหม- ได้กลิ่นสารเคมีขณะทำงานอยู่หน้าตู้- เปลวไฟหรือควันเคลื่อนที่ออกด้านหน้าแทนที่จะถูกดูดเข้าไป- กระดาษทิชชูที่วางขอบตู้ไม่ถูกดูดเข้าหาตู้- ระบบส่งเสียงดังผิดปกติหรือทำงานไม่สม่ำเสมอถ้าเจอสิ่งเหล่านี้แม้แค่ข้อเดียว แสดงว่าระบบ containment ของตู้กำลังล้มเหลว และคุณกำลังสูดดมไอสารเคมีเข้าร่างกายโดยไม่รู้ตัวFace Velocity คืออะไร และทำไมถึงสำคัญที่สุดตัวเลขที่วัดประสิทธิภาพของตู้ดูดควันเรียกว่า Face Velocity ความเร็วของกระแสอากาศที่ดูดเข้าตู้ผ่านช่องเปิดด้านหน้ามาตรฐาน ASHRAE 110 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการทดสอบ fume hood กำหนดค่า face velocity ที่ปลอดภัยไว้ที่ 0.3–0.5 เมตรต่อวินาที (60–100 fpm)ต่ำกว่านี้ = ดูดไม่พอ ไอสารเคมีรั่วออกมาสูงกว่านี้มากเกินไป = เกิด turbulence อากาศวนกลับออกมาแทนปัญหาคือแล็บส่วนใหญ่ไม่เคยวัดค่านี้เลยตั้งแต่ติดตั้ง5 สาเหตุหลักที่ทำให้ตู้ดูดควันทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน1. ออกแบบระบบ ventilation ผิดตั้งแต่แรกท่อระบายอากาศขนาดผิด หรือ fan ที่เลือกมาไม่รองรับ static pressure ที่แท้จริงของระบบ เป็นปัญหาที่แก้ยากที่สุดเพราะต้องแก้ที่การออกแบบ ไม่ใช่แค่ปรับ setting2. มีคนเปิดประตู-หน้าต่างใกล้ตู้กระแสลมจากภายนอกรบกวน airflow หน้าตู้โดยตรง แม้แค่คนเดินผ่านเร็วๆ ก็ทำให้เกิด turbulence ได้ชั่วคราว3. ตำแหน่งติดตั้งผิดตู้ดูดควันที่อยู่ใกล้ประตู ช่องแอร์ หรืออยู่ในทางสัญจรของคน จะเกิดปัญหา cross-draft ซึ่งรบกวน containment อย่างรุนแรง4. ไม่ได้รับการ maintainฝุ่นและสารตกค้างในท่อสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ airflow ลดลงทีละน้อยจนผู้ใช้งานไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง5. เปิด sash สูงเกินไปยิ่ง sash เปิดสูง พื้นที่หน้าตู้กว้างขึ้น face velocity ลดลงโดยอัตโนมัติ ตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดคือเปิด sash ไม่เกิน 45 ซม. หรือตามที่ตู้กำหนดอันตรายที่เกิดขึ้นจริงเมื่อตู้ทำงานผิดมาตรฐานไม่ใช่แค่เรื่องกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ครับ แต่มีผลกระทบที่จับต้องได้สารเคมีหลายชนิดที่ใช้ในแล็บทั่วไปเช่น formaldehyde, benzene, หรือ acid vapor มีค่า TLV (Threshold Limit Value) ต่ำมาก การสูดดมสะสมแม้ในปริมาณน้อยทุกวันส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ตับ และระบบประสาทในระยะยาว โดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้สึกถึงอันตรายในทันทีวิธีเช็กเบื้องต้นที่ทำได้เองก่อนเรียกวิศวกรมาตรวจ ลองทำ smoke test อย่างง่ายครับใช้ smoke pencil หรือ smoke tube วางที่ระยะ 15 ซม. หน้า sash แล้วดูว่าควันถูกดูดเข้าตู้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ถ้าควันวนกลับออกมาหรือเคลื่อนที่ผิดทิศ แสดงว่ามีปัญหา containment ชัดเจนวิธีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบตามมาตรฐาน EN14175 ที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงตู้ดูดควันที่ได้มาตรฐานจริงๆ ต้องผ่านอะไรบ้างตู้ดูดควันที่ปลอดภัยสำหรับงาน laboratory จริงๆ ต้องได้รับการออกแบบและทดสอบตามมาตรฐานเหล่านี้- ASHRAE 110 — ทดสอบ containment performance ด้วย tracer gas จริง- EN14175 — มาตรฐานยุโรปสำหรับ fume cupboard ทั้งด้าน safety และ performance- CE Marking — รับรองว่าผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของสหภาพยุโรปถ้าตู้ที่ใช้อยู่ไม่มีเอกสารรับรองเหล่านี้ ควรตรวจสอบกับผู้จัดจำหน่ายให้ชัดเจนสรุปสิ่งที่ควรทำทันทีถ้าสงสัยว่าตู้ดูดควันในแล็บของคุณทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน อย่ารอให้มีอาการก่อนครับทำ smoke test เบื้องต้นเอง และถ้าพบสิ่งผิดปกติให้แจ้ง lab manager หรือวิศวกรผู้รับผิดชอบทันที การวัด face velocity และทดสอบระบบ ventilation ตามมาตรฐาน ASHRAE 110 ควรทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ไม่ใช่แค่ตอนติดตั้งครั้งแรกห้องปฏิบัติการที่ปลอดภัยไม่ได้เริ่มจากอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล แต่เริ่มจากระบบที่ออกแบบและดูแลรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล