GRAMMY & EASY LAB ร่วมงาน Thailand LAB INTERNATIONAL 2025

12 กันยายน 2568

GRAMMY & EASY LAB ร่วมงาน Thailand LAB INTERNATIONAL 2025

วันที่ 3–5 กันยายน 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา GRAMMY & EASY LAB เข้าร่วมออกบูธในงานแสดงสินค้าและนวัตกรรมด้านห้องปฏิบัติการระดับนานาชาติ “Thailand LAB INTERNATIONAL 2025” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ นำเสนอเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะปฏิบัติการ เคาน์เตอร์ปฏิบัติการติดผนัง ตู้เก็บอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ตู้ดูดควัน, ตู้เก็บสารเคมี, และCanopy Hood บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและความสนใจจากนักวิจัย ผู้ประกอบการ อาจารย์ นักศึกษา และผู้เข้าชมจากทั้งในและต่างประเทศ ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชม พูดคุย และแลกเปลี่ยนความรู้กับทีมงาน GRAMMY & EASY LAB พร้อมร่วมกิจกรรมลุ้นรับรางวัลตลอด 3 วันเต็ม ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจและแวะมาที่บูธของเรา แล้วพบกันใหม่ในงานครั้งต่อไป
132919แบนเนอร์ ใหม่.jpg

อ่านเพิ่มเติม

3 กรกฎาคม 2569

Layout ห้องปฏิบัติการที่ดี ต้องออกแบบให้ใช้งานจริงและ รองรับ Audit ตั้งแต่ต้น

Layout ห้องปฏิบัติการที่ดี ต้องออกแบบให้ใช้งานจริง และรองรับ Audit ตั้งแต่ต้นรองรับ Audit ตั้งแต่ต้น มากกว่าการจัดวางโต๊ะและอุปกรณ์ คือการออกแบบระบบห้อง Lab ให้สัมพันธ์กับ Workflow, Safety และมาตรฐานที่ต้องตรวจประเมินได้จริงสำหรับหลายองค์กร ปัญหาของห้องปฏิบัติการไม่ได้เริ่มต้นในวันที่ถูก Audit แต่เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ หาก Layout ไม่สอดคล้องกับลำดับการทำงานจริง ต่อให้เลือกอุปกรณ์ครบและติดตั้งระบบครบถ้วน ห้อง Lab ก็อาจเกิดปัญหาในการใช้งานซํ้าๆ ทั้งการเดินงานย้อนขั้นตอน พื้นที่ทับซ้อน ความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน และข้อสังเกตจากการตรวจประเมินภายหลังในมุมของ EASYLAB ห้องปฏิบัติการที่ดีจึงไม่ใช่เพียงห้องที่ดูเรียบร้อยหรือจัดวางสวย แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่ผ่านการคิดเชิงวิศวกรรมตั้งแต่ต้น เพื่อให้การทำงานจริงเป็นระบบ ปลอดภัย ตรวจสอบได้และรองรับมาตรฐานในระยะยาว Layout ที่ดีควรเริ่มจากอะไรก่อนเริ่มวางโต๊ะ เลือกเฟอร์นิเจอร์ หรือกำหนดตำแหน่งอุปกรณ์ คำถามแรกที่ควรถามไม่ใช่ จะวางอะไรตรงไหน แต่คือห้องนี้ใช้สำหรับปฏิบัติการอะไร เพราะ Layout ที่ถูกต้องต้องเริ่มจากความสำคัญของ Workflow การจัดการ Workflow ที่ถูกต้องจะทำให้การวาง Layout ออกมาได้อย่างเหมาะสมเมื่อเข้าใจลำดับงานจริงแล้ว การออกแบบจึงควรวางให้เกิด การเคลื่อนที่ของงานที่ราบรื่น ต่อเนื่อง ไม่ย้อนกลับ ไม่ตัดกัน และไม่รบกวนกันระหว่างกระบวนการ หลักคิดนี้ช่วยลด Human Error ลดความเสี่ยงการปนเปื้อน และทำให้ห้อง Lab พร้อมต่อการตรวจประเมินมากขึ้น4 หลักสำคัญของ Layout ที่ใช้งานได้จริง การออกแบบ Layout ห้องปฏิบัติการควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ 4 ด้านร่วมกัน เพราะหากขาดด้านใดด้านหนึ่ง ห้องอาจยังใช้งานได้ในช่วงแรก แต่จะเริ่มเห็นปัญหาเมื่อมีการใช้งานจริงต่อเนื่องหรือเมื่อต้องเข้าสู่กระบวนการ Audit1. Workflow-Based Design — ออกแบบจากลำดับงานจริงLayout ต้องสะท้อนลำดับการทำงานตั้งแต่ Sample Receiving, Preparation, Analysis ไปจนถึง Reporting หรือ Storage เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานต่อเนื่อง ลดการเดินซํ้า ลดความสับสน และลดเวลาที่สูญเสียในแต่ละวัน มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: SEFA8 ในด้าน working distance และ ergonomic requirements สำหรับพื้นที่ทำงานในห้องปฏิบัติการ2. Zoning — แบ่งพื้นที่ให้ชัดเจนตามประเภทงานห้อง Lab ที่ดีต้องแบ่งพื้นที่ให้แต่ละกิจกรรมไม่รบกวนกัน เช่น พื้นที่รับตัวอย่าง พื้นที่เตรียมตัวอย่าง พื้นที่วิเคราะห์ พื้นที่จัดเก็บ และพื้นที่ควบคุมความปลอดภัย โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี ตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ หรือความเสี่ยงด้านการปนเปื้อน มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: ISO 9001 และหลักการควบคุมกระบวนการทำงานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้3. Working Distance — ระยะใช้งานต้องรองรับคน อุปกรณ์ และการบำรุงรักษาพื้นที่ที่ดีไม่ใช่แค่วางอุปกรณ์ได้ครบ แต่ต้องมีระยะที่ใช้งานได้จริง ทั้งระยะระหว่างโต๊ะ ทางเดิน พื้นที่เปิดตู้ พื้นที่วางเครื่องมือ พื้นที่เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ และระยะเข้าถึงระบบเพื่อซ่อมบำรุงมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: SEFA8 ในด้าน clearance, aisle width และ practical working space4. Safety First — ความปลอดภัยต้องถูกออกแบบตั้งแต่แรก ทางหนีไฟ การระบายอากาศ จุดล้างตาฉุกเฉิน ฝักบัวนิรภัย ตำแหน่ง fume hood และการเข้าถึงอุปกรณ์ฉุกเฉิน เพราะความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ไม่ใช่อุปกรณ์เสริม มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: ASHRAE 110 และ EN 14175 สำหรับระบบระบายอากาศและ fume hood performanceLayout แบบไหนเหมาะกับห้องของคุณไม่มี Layout รูปแบบเดียวที่เหมาะกับทุกห้อง การเลือกแบบที่ถูกต้องควรขึ้นอยู่กับประเภทงาน จำนวนผู้ใช้งาน เครื่องมือ กระบวนการตรวจวิเคราะห์ และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย รูปแบบ Layout ลักษณะสำคัญ เหมาะกับงานประเภทใด Linear Layout วางตามแนวเส้นตรงควบคุม flow ได้ง่าย และเห็นลำดับงานชัด QC Lab, ห้องทดสอบที่มีขั้นตอนต่อเนื่อง U-Shape Layout ลดระยะการเคลื่อนไหวเหมาะกับพื้นที่จำกัดหรือผู้ใช้งานจำนวนน้อย พื้นที่เตรียมตัวอย่าง หรือ zone เฉพาะงาน Island Layout มีโต๊ะกลางร่วมกับพื้นที่ริมผนัง เพิ่มพื้นที่ทำงานและรองรับทีมหลายคน R&D Lab, University Lab, ห้องที่ต้องใช้เครื่องมือร่วมกัน ปัญหาที่มักเกิดจาก Layout ที่ออกแบบไม่เหมาะสมจากประสบการณ์ของ EASYLAB ในการออกแบบและปรับปรุงห้องปฏิบัติการ ปัญหาที่พบซํ้ามัก ไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการวางระบบพื้นที่ตั้งแต่ต้นที่ไม่สัมพันธ์กับการทำงานจริง  • เจ้าหน้าที่ต้องเดินย้อนขั้นตอน ทำให้เสียเวลาและเพิ่มโอกาสผิดพลาด  • พื้นที่ใช้งานทับซ้อนกันระหว่าง sample, chemical, equipment และ storage  • เกิดความเสี่ยงต่อ cross contamination จาก flow ที่ตัดกัน  • ระยะใช้งานจริงไม่เพียงพอเมื่อต้องทำงานพร้อมกันหลายคน  • ระบบ ventilation, utility และ safety ถูกออกแบบแยกจาก layout ทำให้แก้ไข ภายหลังยาก  • เกิดข้อสังเกตในการ Audit เพราะพื้นที่ทำงานไม่สอดคล้องกับมาตรฐานหรือ กระบวนการควบคุมทำไม Layout ต้องออกแบบแบบ Integratedในการออกแบบห้องปฏิบัติการจริง Layout ไม่สามารถแยกออกจากระบบอื่นได้ เพราะตำแหน่งโต๊ะ ตำแหน่งเครื่องมือ จุดจ่ายไฟ นํ้า แก๊ส ระบบระบายอากาศ และอุปกรณ์ความปลอดภัยล้วนส่งผลต่อกัน หากออกแบบแยกส่วนแล้วค่อยนำมาประกอบกันภายหลัง ห้อง Lab อาจดูสมบูรณ์บนแบบ แต่ติดขัดเมื่อใช้งานจริง องค์ประกอบที่ควรถูกคิดร่วมกันตั้งแต่ Design Phase ได้แก่:  • Laboratory Furniture และวัสดุที่เหมาะกับประเภทงาน  • Utility Systems เช่น ไฟฟ้า นํ้า แก๊ส และ drainage  • Ventilation System, fume hood และทิศทางการระบายอากาศ  • Safety & Emergency System เช่น emergency shower, eyewash และทางหนีไฟ  • Audit readiness เช่น zoning, documentation flow และการควบคุมพื้นที่ นี่คือเหตุผลที่แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab System มีความสำคัญเพราะห้อง Lab ที่ดีต้องถูกออกแบบให้ทุกระบบทำงานร่วมกันได้ตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่แก้ไขเมื่อพบปัญหาหลังส่งมอบมุมมองของ EASYLAB สำหรับ EASYLAB การออกแบบ Layout ไม่ใช่การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ครบพื้นที่ แต่คือการ ออกแบบระบบการทำงานของห้องปฏิบัติการให้ปลอดภัย ใช้งานได้จริง และพร้อมต่อการตรวจ ประเมินในระยะยาวด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีและมากกว่า 1,000 โครงการ EASYLAB ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจ Workflow ของลูกค้าก่อนเริ่มออกแบบทุกครั้ง เพื่อให้ Layout ที่ได้ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานในวันนี้ แต่ยังรองรับมาตรฐาน ความปลอดภัย และการเติบโตขององค์กรในอนาคตสรุป Layout ห้องปฏิบัติการที่ดีไม่ควรเริ่มจากความสวยงามหรือการเลือกอุปกรณ์ แต่ควรเริ่มจากความเข้าใจต่อ Workflow มาตรฐาน ความปลอดภัย และระบบวิศวกรรมที่ต้องทำงานร่วมกันทั้งหมด เมื่อออกแบบอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น ห้อง Lab จะไม่เพียงใช้งานได้จริง แต่ยังช่วยลดความเสี่ยง ลดต้นทุนการแก้ไขภายหลัง และเพิ่มความพร้อมต่อการ Audit ในระยะยาวสำหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการEASYLAB พร้อมให้คำปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กรLine: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6

102210af9953c2-5de1-4175-b2e3-016e9b075cdf.png

อ่านเพิ่มเติม

2 ตุลาคม 2569

Fume Hood คืออะไร? และเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานในห้อง Lab

Fume Hood คืออะไร? และเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานในห้อง Labเมื่อพูดถึงการทางานกับสารเคมีในห้องปฏิบัติการ หนึ่งในอุปกรณ์ที่มีบทบาทสาคัญต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานคือ Fume Hood หรือ ตู้ดูดไอสารเคมีหน้าที่ของ Fume Hood คือการช่วยดูดและควบคุมไอระเหยที่เกิดขึ้นระหว่างการทางาน เพื่อลดโอกาสที่ไอสารเคมีจะกระจายเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติงานแต่การมี Fume Hood อยู่ภายในห้อง ไม่ได้หมายความว่าระบบจะปลอดภัยโดยอัตโนมัติเพราะประสิทธิภาพของ Fume Hood ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวตู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์กับประเภทของงาน สารเคมีที่ใช้งาน และระบบระบายอากาศของห้องปฏิบัติการโดยรวมก่อนเลือก Fume Hood ต้องรู้ก่อนว่าใช้กับงานอะไร Fume Hood แต่ละแบบไม่ได้เหมาะกับทุกลักษณะงาน ก่อนตัดสินใจเลือก จึงควรเริ่มจากการทาความเข้าใจว่า ภายในตู้จะถูกนาไปใช้กับ   1.งานประเภทใด ใช้สารเคมีในลักษณะใด   2.มีความเข้มข้นของสารเคมีมากน้อยเพียงใด  3.พิจารณาว่า ระบบ Ventilation ของพื้นที่สามารถรองรับการทางานของ Fume Hood ได้อย่าง เหมาะสมหรือไม่ดังนั้น การเลือก Fume Hood จึงไม่ควรเริ่มจากการดูเฉพาะขนาดหรือรูปแบบของตู้ แต่ควรเริ่มจาก ลักษณะการใช้งานจริงของห้องปฏิบัติการDucted และ Ductless ต่างกันอย่างไร?Fume Hood สามารถแบ่งตามลักษณะการจัดการอากาศได้เป็น 2 รูปแบบหลักDucted Fume Hoodเป็นระบบที่นาอากาศจากภายใน Fume Hood ระบายออกไปยังภายนอกผ่านระบบท่อ ดังนั้น การใช้งานจึงต้องพิจารณาร่วมกับระบบระบายอากาศและองค์ประกอบอื่นของอาคาร เพื่อให้การระบายอากาศสามารถทางานได้สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมของห้องDuctless Fume Hoodเป็นระบบที่ใช้การกรองอากาศภายใน ก่อนจัดการอากาศตามรูปแบบของระบบการเลือกใช้งานจึงต้องพิจารณาให้สัมพันธ์กับลักษณะงานและสารเคมีที่ใช้งานเช่นเดียวกันสิ่งสาคัญจึงไม่ใช่การถามว่า Ducted หรือ Ductless แบบไหน ดีกว่า แต่ควรถามว่า ระบบแบบใด เหมาะกับงานและระบบของห้องนี้มากกว่าFume Hood ที่ดี ต้องดูมากกว่าความสามารถในการดูดในมุมมองทางวิศวกรรม การพิจารณาประสิทธิภาพของ Fume Hood ไม่ควรมองเพียงว่าตู้สามารถดูดอากาศได้หรือไม่ แต่ยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมกัน เช่น  • Face Velocity   • Airflow Stability   • การทางานร่วมกับ HVAC Systemเพราะ Fume Hood เป็นอุปกรณ์ที่มีการนาอากาศออกจากพื้นที่ การทางานของตู้จึงมีความสัมพันธ์กับระบบอากาศภายในห้องโดยตรงหากพิจารณาเฉพาะตัว Fume Hood โดยไม่คานึงถึงระบบโดยรอบ อาจทาให้ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งานจริงแตกต่างจากที่คาดไว้ทาไม Fume Hood ต้องออกแบบร่วมกับระบบอากาศของห้อง?หนึ่งในปัญหาที่พบได้จากหน้างาน คือFume Hood ทางานได้ แต่ห้องโดยรวมไม่รองรับนั่นหมายความว่า แม้ตัวตู้จะสามารถทาหน้าที่ของตัวเองได้ แต่หากระบบอากาศของห้องไม่ได้ถูกออกแบบให้สัมพันธ์กัน การทางานโดยรวมก็อาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ และส่งผลต่อความปลอดภัยของพื้นที่ได้นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Fume Hood ไม่ควรถูกพิจารณาแยกออกจาก Ventilation หรือ HVAC Systemแต่ควรถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบอากาศทั้งหมดภายในห้องปฏิบัติการมุมมองทางวิศวกรรมการเลือก Fume Hood จึงไม่ควรจบเพียงคาถามว่าตู้รุ่นนี้ดูดไอสารเคมีได้หรือไม่?แต่ควรพิจารณาต่อไปว่าเมื่อนาตู้มาใช้งานจริงแล้ว จะสามารถทางานร่วมกับระบบของห้องได้อย่างเหมาะสมหรือไม่?เพราะห้องปฏิบัติการประกอบด้วยหลายระบบที่ทางานร่วมกัน ทั้ง Fume Hood, Ventilation และ HVAC System การออกแบบแบบ Integrated Lab System จึงช่วยให้การเลือกอุปกรณ์ไม่ได้ถูกพิจารณาแบบแยกส่วน แต่เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมและการใช้งานจริงของห้องสรุปFume Hood เป็นอุปกรณ์สาคัญสาหรับช่วยควบคุมไอระเหยจากการทางานภายในห้องปฏิบัติการแต่การเลือก Fume Hood ที่เหมาะสม ไม่ควรพิจารณาเฉพาะตัวตู้เพียงอย่างเดียว ต้องมองตั้งแต่ประเภทของงาน ลักษณะการใช้สารเคมี ระบบ Ventilation ไปจนถึงการทางานร่วมกับระบบอากาศของห้องเพราะ Fume Hood ที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงตู้ที่สามารถดูดไอสารเคมีได้ แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของระบบห้องปฏิบัติการที่สามารถทางานร่วมกันได้อย่างเหมาะสมและรองรับการใช้งานจริงสาหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการ EASYLAB พร้อมให้คาปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กรLine: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6

102057ปก.jpg

อ่านเพิ่มเติม

14 กุมภาพันธ์ 2569

บรรยากาศบูธ GRAMMY × EASYLAB ในงาน SITE 2026

จบลงอย่างสวยงาม! GRAMMY × EASYLAB ในงาน SITE 2026 ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การต้อนรับอย่างล้นหลามที่บูธของเรา! บรรยากาศในงานปีนี้เต็มไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะช่วงการสาธิตนวัตกรรมจาก GRAMMY × EASYLAB ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน Feedback จากลูกค้าส่วนใหญ่ต่างชื่นชมในดีไซน์ที่ดูทันสมัย และความเป็นมืออาชีพในการให้คำแนะนำของทีมงาน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ GRAMMY × EASYLAB มุ่งมั่นพัฒนามาโดยตลอด ขอบคุณที่ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการของคุณ แล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้านะคะ!