ออกแบบห้องปฏิบัติการ (Lab) อย่างไรให้ผ่าน Audit ตั้งแต่ครั้งแรก l EASYLAB

2 มิถุนายน 2569

ออกแบบห้องปฏิบัติการ (Lab) อย่างไรให้ผ่าน Audit ตั้งแต่ครั้งแรก?

สำหรับหลายโรงงาน
การสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ไม่ได้จบแค่ใช้งานได้

แต่ต้อง ผ่านการตรวจประเมิน (Audit)
จากหน่วยงานหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ ห้อง Lab ใช้งานได้จริง
แต่ ไม่ผ่านมาตรฐาน

ซึ่งนำไปสู่การ แก้ไขซ้ำ เสียเวลา และเพิ่มงบประมาณ

การออกแบบห้องปฏิบัติการให้ผ่าน Audit
ควรคำนึงถึง 3 เรื่องหลัก ได้แก่

1.ออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

2.วาง Layout ให้รองรับ Workflow จริง

3.ออกแบบระบบให้ครบ (Integrated Engineering System)

มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับห้อง Lab

ห้องปฏิบัติการในโรงงานอุตสาหกรรม
มักต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน เช่น

· ISO 17025

· GMP

· HACCP

แต่ละมาตรฐาน
มีข้อกำหนดด้าน พื้นที่ ระบบ และความปลอดภัย ที่แตกต่างกัน

1. ออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐาน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
คือออกแบบห้อง Lab ก่อน
แล้วค่อย มาเช็คมาตรฐานทีหลัง

แนวทางที่ถูกต้องคือ
ต้องนำ Requirement ของมาตรฐาน มาใช้ตั้งแต่ต้นเช่น

· การแยกพื้นที่สะอาด / ปนเปื้อน

· การควบคุมการไหลของตัวอย่าง

· การจัดเก็บสารเคมีอย่างปลอดภัย

2. วาง Layout ตาม Workflow จริง

Layout ที่ดี
ต้องรองรับ ลำดับการทำงาน

ตัวอย่าง:

· รับตัวอย่าง → วิเคราะห์ → บันทึกผล → จัดเก็บ

หากวาง Layout ไม่สอดคล้องจะเกิด:

· การเดินย้อน

· ความเสี่ยงในการปนเปื้อน

· ความผิดพลาดในการทำงาน 

3. ออกแบบระบบให้ครบ (Integrated System)

ห้อง Lab ไม่ใช่แค่โต๊ะและอุปกรณ์ แต่คือระบบที่ต้องทำงานร่วมกัน

· Laboratory Furniture

· ระบบไฟฟ้า น้ำ และแก๊ส

· ระบบระบายอากาศและความปลอดภัย

มุมมองทางวิศวกรรม

การผ่าน Audit
ไม่ใช่เรื่องของเอกสารเพียงอย่างเดียว

แต่คือการออกแบบระบบที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น

แนวคิด Engineering-Based Design
ช่วยให้สามารถวางโครงสร้างห้อง Lab

ให้สอดคล้องทั้งการใช้งาน และมาตรฐานได้พร้อมกัน 

ห้องปฏิบัติการที่ผ่าน Audit
ไม่ได้เกิดจากการแก้ไขภายหลัง

แต่เกิดจาก การออกแบบที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น

การวางระบบแบบ Integrated Lab System
จะช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มความมั่นใจในการตรวจประเมิน


เนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLAB

ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)

ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab System

เพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

152437ChatGPT Image 15 พ.ค. 2569 15_23_52.webp

อ่านเพิ่มเติม

15 พฤษภาคม 2569

ตู้ดูดควันในแล็บ ดูดควันไม่ออก — เกิดจากอะไร และอันตรายแค่ไหน?

ถ้าคุณเคยรู้สึกว่ามีกลิ่นสารเคมีรั่วออกมาจากตู้ดูดควันขณะทำงาน นั่นไม่ใช่เรื่องปกติตู้ดูดควัน (Fume Hood) คืออุปกรณ์ด้านแรกที่ปกป้องคุณจากไอสารเคมีในทุกการทดลอง แต่จากประสบการณ์กว่า 30 ปีในวงการวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ พบว่าแล็บส่วนใหญ่ในไทยใช้ตู้ดูดควันที่ทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน โดยไม่รู้ตัวสัญญาณที่บอกว่าตู้ดูดควันของคุณมีปัญหาก่อนจะพูดถึงสาเหตุ ลองเช็กตัวเองก่อนครับว่าเคยเจอสิ่งเหล่านี้ไหม- ได้กลิ่นสารเคมีขณะทำงานอยู่หน้าตู้- เปลวไฟหรือควันเคลื่อนที่ออกด้านหน้าแทนที่จะถูกดูดเข้าไป- กระดาษทิชชูที่วางขอบตู้ไม่ถูกดูดเข้าหาตู้- ระบบส่งเสียงดังผิดปกติหรือทำงานไม่สม่ำเสมอถ้าเจอสิ่งเหล่านี้แม้แค่ข้อเดียว แสดงว่าระบบ containment ของตู้กำลังล้มเหลว และคุณกำลังสูดดมไอสารเคมีเข้าร่างกายโดยไม่รู้ตัวFace Velocity คืออะไร และทำไมถึงสำคัญที่สุดตัวเลขที่วัดประสิทธิภาพของตู้ดูดควันเรียกว่า Face Velocity ความเร็วของกระแสอากาศที่ดูดเข้าตู้ผ่านช่องเปิดด้านหน้ามาตรฐาน ASHRAE 110 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการทดสอบ fume hood กำหนดค่า face velocity ที่ปลอดภัยไว้ที่ 0.3–0.5 เมตรต่อวินาที (60–100 fpm)ต่ำกว่านี้ = ดูดไม่พอ ไอสารเคมีรั่วออกมาสูงกว่านี้มากเกินไป = เกิด turbulence อากาศวนกลับออกมาแทนปัญหาคือแล็บส่วนใหญ่ไม่เคยวัดค่านี้เลยตั้งแต่ติดตั้ง5 สาเหตุหลักที่ทำให้ตู้ดูดควันทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน1. ออกแบบระบบ ventilation ผิดตั้งแต่แรกท่อระบายอากาศขนาดผิด หรือ fan ที่เลือกมาไม่รองรับ static pressure ที่แท้จริงของระบบ เป็นปัญหาที่แก้ยากที่สุดเพราะต้องแก้ที่การออกแบบ ไม่ใช่แค่ปรับ setting2. มีคนเปิดประตู-หน้าต่างใกล้ตู้กระแสลมจากภายนอกรบกวน airflow หน้าตู้โดยตรง แม้แค่คนเดินผ่านเร็วๆ ก็ทำให้เกิด turbulence ได้ชั่วคราว3. ตำแหน่งติดตั้งผิดตู้ดูดควันที่อยู่ใกล้ประตู ช่องแอร์ หรืออยู่ในทางสัญจรของคน จะเกิดปัญหา cross-draft ซึ่งรบกวน containment อย่างรุนแรง4. ไม่ได้รับการ maintainฝุ่นและสารตกค้างในท่อสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ airflow ลดลงทีละน้อยจนผู้ใช้งานไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง5. เปิด sash สูงเกินไปยิ่ง sash เปิดสูง พื้นที่หน้าตู้กว้างขึ้น face velocity ลดลงโดยอัตโนมัติ ตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดคือเปิด sash ไม่เกิน 45 ซม. หรือตามที่ตู้กำหนดอันตรายที่เกิดขึ้นจริงเมื่อตู้ทำงานผิดมาตรฐานไม่ใช่แค่เรื่องกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ครับ แต่มีผลกระทบที่จับต้องได้สารเคมีหลายชนิดที่ใช้ในแล็บทั่วไปเช่น formaldehyde, benzene, หรือ acid vapor มีค่า TLV (Threshold Limit Value) ต่ำมาก การสูดดมสะสมแม้ในปริมาณน้อยทุกวันส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ตับ และระบบประสาทในระยะยาว โดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้สึกถึงอันตรายในทันทีวิธีเช็กเบื้องต้นที่ทำได้เองก่อนเรียกวิศวกรมาตรวจ ลองทำ smoke test อย่างง่ายครับใช้ smoke pencil หรือ smoke tube วางที่ระยะ 15 ซม. หน้า sash แล้วดูว่าควันถูกดูดเข้าตู้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ถ้าควันวนกลับออกมาหรือเคลื่อนที่ผิดทิศ แสดงว่ามีปัญหา containment ชัดเจนวิธีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบตามมาตรฐาน EN14175 ที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงตู้ดูดควันที่ได้มาตรฐานจริงๆ ต้องผ่านอะไรบ้างตู้ดูดควันที่ปลอดภัยสำหรับงาน laboratory จริงๆ ต้องได้รับการออกแบบและทดสอบตามมาตรฐานเหล่านี้- ASHRAE 110 — ทดสอบ containment performance ด้วย tracer gas จริง- EN14175 — มาตรฐานยุโรปสำหรับ fume cupboard ทั้งด้าน safety และ performance- CE Marking — รับรองว่าผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของสหภาพยุโรปถ้าตู้ที่ใช้อยู่ไม่มีเอกสารรับรองเหล่านี้ ควรตรวจสอบกับผู้จัดจำหน่ายให้ชัดเจนสรุปสิ่งที่ควรทำทันทีถ้าสงสัยว่าตู้ดูดควันในแล็บของคุณทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน อย่ารอให้มีอาการก่อนครับทำ smoke test เบื้องต้นเอง และถ้าพบสิ่งผิดปกติให้แจ้ง lab manager หรือวิศวกรผู้รับผิดชอบทันที การวัด face velocity และทดสอบระบบ ventilation ตามมาตรฐาน ASHRAE 110 ควรทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ไม่ใช่แค่ตอนติดตั้งครั้งแรกห้องปฏิบัติการที่ปลอดภัยไม่ได้เริ่มจากอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล แต่เริ่มจากระบบที่ออกแบบและดูแลรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

092710banner_new2.jpg

อ่านเพิ่มเติม

27 ธันวาคม 2562

กิจกรรมสานสัมพันธ์กับชุมชน

พักจากการทำงานเหนื่อยๆ มาสนุกด้วยกันกับงานปีใหม่ 2563 ภายในงานตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงค่ำ เต็มอิ่มไปด้วยบรรยากาศของสีสัน สนุกสนานและเต็มอิ่มบุญกับการทำบุญเจริญพระพุทธมนต์เนื่องในวันปีใหม่ รวมถึงความเฮฮาสุดมันส์ไปกับเกมส์และงานเลี้ยงในธีมงานวัดช่วงเย็น บอกเลยว่าทั้งสนุกและมันอย่าบอกใคร! ทั้งนี้คณะผู้บริหาร บริษัท เอส.เค.เพาเวอร์เอเบิล จำกัด จัดกิจกรรมนี้ เพื่อให้พนักงานได้มีการทำกิจกรรมร่วมกัน เชื่อมความสามัคคีในองค์กร ให้พนักงานได้ผ่อนคลาย และได้รู้จักกันในแง่มุมอื่น ๆ กับเพื่อนพนักงานให้มากขึ้น

1249071.jpg

อ่านเพิ่มเติม

11 เมษายน 2568

บรรยากาศแห่งความสุข “กิจกรรมเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์

เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญแห่งการแสดงความเคารพและขอบคุณ บริษัท S.K. Powerable ก็ไม่พลาดที่จะร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ผ่านกิจกรรม “รดน้ำดำหัวผู้บริหาร” ที่จัดขึ้นอย่างอบอุ่นภายในองค์กร กิจกรรมเริ่มต้นด้วยพิธี สรงน้ำพระ เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นพนักงานทุกคนได้ร่วมกัน รดน้ำดำหัวผู้บริหาร เพื่อแสดงความเคารพและขอพรรับปีใหม่ไทย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้ม คำอวยพร และความรู้สึกผูกพันเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน หลังพิธีการอย่างเป็นทางการจบลง ความสนุกสนานก็เริ่มต้นขึ้นทันที! กับกิจกรรม เล่นน้ำสงกรานต์สุดชุ่มฉ่ำ ที่พนักงานทุกคนได้มีโอกาสคลายร้อนและสนุกสนานร่วมกันอย่างเต็มที่ และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย พร้อมเสียงหัวเราะและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น บรรยากาศในวันนี้เต็มไปด้วย ความสุข ความอบอุ่น และความสนุกสนาน สะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับทั้ง “คน” และ “คุณค่าแห่งประเพณีไทย” อย่างแท้จริง เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นการส่งต่อความรัก ความสามัคคี และการเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังบวกในทุกมิติของการทำงาน