News & Articles

15 กรกฎาคม 2569

ปัญหาที่พบบ่อยในการสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงาน (และวิธีแก้จากประสบการณ์จริง)

ปัญหาที่พบบ่อยในการสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงาน (และวิธีแก้จากประสบการณ์จริง) การสร้างห้องปฏิบัติการในโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ได้มีความท้าทายแค่เรื่องงบประมาณแต่ในหลายโครงการ ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทางกลับส่งผลต่อ การใช้งานจริง และ มาตรฐาน ในระยะยาวหลายกรณี ต้องแก้ไขหน้างานหรือปรับแบบใหม่ทั้งหมดซึ่งทำให้ต้นทุนเพิ่มโดยไม่จำเป็น ปัญหาที่พบบ่อยในการสร้างห้องปฏิบัติการ ได้แก่ 1.ออกแบบ Layout ไม่ตรงกับการใช้งานจริง 2.เลือกวัสดุไม่เหมาะกับประเภทงาน 3.ออกแบบแยกระบบ (Furniture / Utility / Ventilation) 4.ไม่คำนึงถึงมาตรฐานตั้งแต่ต้น 5.เปลี่ยนแบบระหว่างดำเนินงาน ปัญหาเหล่านี้ สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ1. Layout ไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริง การวางผังพื้นที่ที่ไม่สอดคล้องกับลำดับการทำงาน (Workflow) เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อย ส่งผลให้ผู้ใช้งานต้องเดินย้อนขั้นตอน เคลื่อนย้ายตัวอย่างโดยไม่จำเป็น และเกิดความสับสนระหว่างการปฏิบัติงาน แนวทางแก้ไข: • ออกแบบตาม Workflow จริง • วิเคราะห์การใช้งานก่อนวาง Layout Layout ที่ดีควรสะท้อนกระบวนการทำงาน ไม่ใช่เพียงจัดวางพื้นที่ให้ดูสวยงาม2. เลือกวัสดุไม่เหมาะกับงาน วัสดุของโต๊ะปฏิบัติการและเฟอร์นิเจอร์ห้อง Lab มีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งาน ความปลอดภัย และค่าบำรุงรักษา หากเลือกวัสดุไม่เหมาะกับประเภทของสารเคมีหรือสภาพแวดล้อมการใช้งาน อาจทำให้พื้นผิวเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร แนวทางแก้ไข: • เลือกวัสดุตามประเภทงาน • พิจารณา Chemical Resistance การเลือกวัสดุที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น ช่วยลดต้นทุนการซ่อมบำรุงในระยะยาว3. ออกแบบแยกระบบ อีกหนึ่งปัญหาที่พบเป็นประจำ คือการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบแก๊ส และระบบระบายอากาศแยกจากกัน ทำให้เมื่อเริ่มติดตั้งจริงเกิดปัญหาหน้างาน ต้องรื้อหรือปรับแก้หลายจุดแนวทางแก้ไข: • ออกแบบแบบ Integrated System • วางระบบทั้งหมดพร้อมกันตั้งแต่ต้น การมองห้องปฏิบัติการเป็น ระบบเดียว ช่วยลดปัญหาหน้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ4. ไม่คำนึงถึงมาตรฐาน หลายโครงการเริ่มพิจารณามาตรฐานเมื่อใกล้ใช้งาน หรือตอนไม่ผ่านการตรวจ Audit ส่งผลให้ต้องแก้ไขพื้นที่หรือปรับปรุงระบบเพิ่มเติมก่อนการตรวจรับแนวทางแก้ไข: • วิเคราะห์มาตรฐานตั้งแต่ต้น เช่น      • ISO 17025      • GMP การออกแบบโดยอ้างอิงมาตรฐานตั้งแต่ต้น ช่วยลดความเสี่ยงในการปรับแก้ภายหลัง5. เปลี่ยนแบบระหว่างดำเนินงาน การเปลี่ยนแบบหลังเริ่มผลิตหรือเริ่มก่อสร้าง มักส่งผลต่อทั้งต้นทุน ระยะเวลา และคุณภาพของโครงการแนวทางแก้ไข: • ทำแบบให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน • ใช้ 3D Visualization เพื่อจำลองก่อนผลิตจริง การตัดสินใจให้ครบก่อนเริ่มงาน ย่อมคุ้มค่ากว่าการแก้ไขเมื่อโครงการดำเนินไปแล้วทำไมปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น? จากประสบการณ์ของโครงการจริง สาเหตุหลักของปัญหาไม่ได้เกิดจากงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการขาดการวางแผนเชิงระบบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นปัจจัยที่พบได้บ่อย ได้แก่ • ขาดการวางแผนเชิงระบบ • มอง Lab เป็นแค่เฟอร์นิเจอร์   • ไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้าน Laboratory Engineering เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ไม่เชื่อมโยงกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงมักปรากฏในช่วงติดตั้งหรือหลังเริ่มใช้งานจริง ซึ่งมีต้นทุนในการแก้ไขสูงกว่าการวางแผนตั้งแต่แรกหลายเท่ามุมมองทางวิศวกรรม จากประสบการณ์ในการออกแบบห้องปฏิบัติการ ปัญหาส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ หากนำหลัก Engineering-Based Design และ Integrated Lab System มาใช้ตั้งแต่ระยะวางแนวคิดของโครงการสรุป ห้องปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้เกิดจากการแก้ไขปัญหาเมื่อโครงการแล้วเสร็จ แต่เกิดจากการป้องกันปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบการวางแผนที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ช่วยลดต้นทุน ลดการแก้ไขหน้างาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน และรองรับมาตรฐานที่องค์กรต้องการได้ในระยะยาวสำหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการ EASYLAB พร้อมให้คำปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กรLine: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6

อ่านเพิ่ม...
135713แบนเนอร์.png

อ่านเพิ่มเติม

4 เมษายน 2569

งบประมาณสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงาน คิดอย่างไรให้ไม่บานปลาย?

หลายโรงงานเริ่มต้นโครงการห้องปฏิบัติการ (Lab) ด้วยคำถามเดียว "ต้องใช้งบเท่าไร?"แต่ในความเป็นจริง งบประมาณของห้อง Lab ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ขนาดห้อง เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ ระดับของระบบวิศวกรรม ที่ต้องการงบประมาณสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ:500,000 – 1,000,000 บาท → ห้อง Lab ขนาดเล็ก / ระบบพื้นฐาน1,000,000 – 2,000,000 บาท → ห้อง Lab ขนาดกลาง / ระบบครบ2,000,000 – 3,000,000+ บาท → ห้อง Lab ที่มีระบบเฉพาะทางทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ: ประเภทของงาน (QC / QA / R&D) วัสดุที่เลือกใช้ และความซับซ้อนของระบบ (Utility & Ventilation)  ปัจจัยที่มีผลต่องบประมาณ งบประมาณของห้อง Lab ไม่ได้ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลักดังนี้1. ประเภทของห้องปฏิบัติการ ห้อง Lab QC → ระบบไม่ซับซ้อน ห้อง Lab R&D → ต้องรองรับความยืดหยุ่นสูง ห้อง Lab เคมี → ต้องมีระบบความปลอดภัยเพิ่มเติม       2. วัสดุของ Lab Furnitureวัสดุที่เลือกใช้ ส่งผลโดยตรงต่อราคาและอายุการใช้งานตัวอย่าง: Epoxy Resin → ทนสารเคมีสูง Phenolic Resin → สมดุลราคาและคุณภาพ Stainless Steel → เหมาะกับงานเฉพาะทาง  3. ระบบวิศวกรรม (Engineering System)ส่วนนี้คือ ตัวแปรสำคัญที่สุด ระบบไฟฟ้าเฉพาะทาง ระบบน้ำและ Drain ระบบแก๊ส ระบบระบายอากาศ (Fume Hood)  4. ขนาดและ Layout พื้นที่มาก → ต้นทุนเพิ่ม Layout ซับซ้อน → ติดตั้งยากขึ้น แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่ ขนาดใหญ่ คือ ออกแบบให้ใช้งานได้จริงทำไมงบประมาณถึงบานปลาย?จากประสบการณ์ในโครงการจริง สาเหตุหลักมักเกิดจาก: เริ่มต้นโดยไม่มีแบบที่ชัดเจน ออกแบบแยกระบบ (Furniture / Utility / Ventilation) เปลี่ยนแบบระหว่างดำเนินงาน เลือกวัสดุไม่เหมาะสม  แนวทางควบคุมงบประมาณเพื่อให้โครงการไม่บานปลาย ควรวางแผนตั้งแต่ต้น ดังนี้ กำหนด Scope งานให้ชัด ออกแบบแบบครบระบบ (Integrated Design) ทำ 3D ก่อนผลิตจริง ประเมินงบโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Laboratory Engineering  มุมมองทางวิศวกรรมในหลายโครงการ งบประมาณที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เกิดจาก ราคาวัสดุ แต่เกิดจาก การแก้ไขหน้างาน การออกแบบแบบ Integrated Lab System ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดต้นทุนแฝง และเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาวงบประมาณของห้องปฏิบัติการในโรงงาน ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวแต่คือผลลัพธ์ของการออกแบบ + ระบบ + มาตรฐาน การวางแผนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้คุณได้ห้อง Lab ที่: ใช้งานได้จริง ควบคุมงบประมาณได้ และรองรับการเติบโตขององค์กรในอนาคต       เนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

111824Gemini_Generated_Image_t1uxh5t1uxh5t1ux.png

อ่านเพิ่มเติม

1 เมษายน 2569

การสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรมต้องเริ่มจากอะไร?

หลายโรงงานเริ่มสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) โดยโฟกัสที่ อุปกรณ์และงบประมาณแต่ปัญหาที่พบในภายหลัง คือใช้งานไม่สอดคล้องจริง และไม่ผ่านการตรวจประเมิน (Audit) สาเหตุหลัก มักเกิดจากการ ไม่ได้ออกแบบในมุมวิศวกรรมตั้งแต่ต้นโดยทั่วไป ห้องปฏิบัติการในโรงงานอุตสาหกรรม จำเป็นต้องออกแบบให้สอดคล้องทั้ง การใช้งานจริง และ มาตรฐานที่เกี่ยวข้องการสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรม ควรเริ่มจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่1.กำหนดประเภทของห้อง Lab (QC / QA / R&D)2.ออกแบบให้รองรับมาตรฐาน เช่น   • ISO 17025    • GMP3.วางระบบแบบ Integrated Engineering ตั้งแต่ต้น จุดเริ่มต้นที่ถูกต้องการออกแบบห้องปฏิบัติการในโรงงาน ควรเริ่มจาก ความเข้าใจการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงการเลือกอุปกรณ์หรือเฟอร์นิเจอร์โดยต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า ห้อง Lab จะถูกใช้ในงานประเภทใด เช่น งานตรวจสอบคุณภาพ (QC) หรือวิจัยและพัฒนา (R&D)มุมมองทางวิศวกรรมที่มักถูกมองข้ามในทางปฏิบัติ ห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ไม่ใช่เพียง “พื้นที่ใช้งาน”แต่คือการรวมกันของระบบหลัก ได้แก่• Laboratory Furniture (โต๊ะและระบบจัดวางอุปกรณ์) • Utility System (ระบบไฟฟ้า น้ำ และแก๊ส)• Ventilation & Safety System (ระบบระบายอากาศและความปลอดภัย)หากออกแบบแยกส่วนจะทำให้เกิดปัญหาในการใช้งานจริงในระยะยาว ขั้นตอนการออกแบบและก่อสร้างการสร้างห้อง Lab ในโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควรดำเนินการตามลำดับขั้น ดังนี้ • สำรวจพื้นที่ (Site Survey) • ออกแบบ Layout ตามลักษณะการใช้งาน (Workflow) • จำลองภาพ 3D ก่อนการผลิตจริง • ผลิตและติดตั้งระบบทั้งหมด แนวทางนี้  ช่วยลดความผิดพลาด และควบคุมงบประมาณได้ตั้งแต่ต้นงบประมาณโดยประมาณห้องปฏิบัติการในโรงงานขนาดกลาง มักใช้งบประมาณประมาณ 500,000 – 3,000,000 บาทขึ้นอยู่กับ:  • ขนาดพื้นที่  • ประเภทของงาน  • และระดับความซับซ้อนของระบบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย• ออกแบบ Layout ไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริง• เลือกวัสดุไม่เหมาะกับประเภทงาน• แยกออกแบบระบบแต่ละส่วน• ไม่คำนึงถึงมาตรฐานตั้งแต่ต้น การสร้างห้องปฏิบัติการในโรงงาน ไม่ใช่เพียงการติดตั้งอุปกรณ์ให้ครบ แต่ต้องเริ่มจาก แนวคิดการออกแบบเชิงวิศวกรรม เพื่อให้สามารถใช้งานได้จริง และรองรับมาตรฐานในระดับสากลเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

093047153055ปก (1).webp

อ่านเพิ่มเติม

24 มีนาคม 2569

มาตรฐาน SEFA 8 สำหรับเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการคืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญต่อการออกแบบ Laboratory Design

การออกแบบห้องปฏิบัติการ (Laboratory Design) ในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเพียงเรื่องความสวยงามหรือการจัดวางพื้นที่ใช้งานเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความทนทานต่อสารเคมี และประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ใช้งานอีกด้วย หนึ่งในมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลสำหรับ เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ (Laboratory Furniture) คือ มาตรฐาน SEFA 8 ซึ่งถูกใช้เป็นแนวทางในการออกแบบและทดสอบเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในห้องปฏิบัติการทั่วโลกสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาห้องปฏิบัติการให้ได้มาตรฐาน เช่น ห้องแล็บในมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล หรืออุตสาหกรรม การเข้าใจมาตรฐาน SEFA 8 ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการออกแบบระบบ Laboratory Engineering ที่มีประสิทธิภาพSEFA คืออะไรSEFA (Scientific Equipment and Furniture Association) เป็นองค์กรในสหรัฐอเมริกาที่พัฒนามาตรฐานสำหรับอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ โดยมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเฟอร์นิเจอร์แล็บโดยตรงคือ SEFA 8 – Laboratory Furniture Standard**มาตรฐานนี้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการผลิตและทดสอบ laboratory furniture systems เช่นโต๊ะปฏิบัติการ (Laboratory Bench)- ตู้เก็บสารเคมี- ตู้แขวนและตู้ใต้โต๊ะ- ระบบโครงสร้างเฟอร์นิเจอร์เป้าหมายหลักของ SEFA 8 คือการทำให้เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการสามารถรองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมี อุณหภูมิ และการใช้งานหนักได้อย่างปลอดภัย การทดสอบสำคัญตามมาตรฐาน SEFA 8หนึ่งในจุดเด่นของมาตรฐาน SEFA 8 คือการกำหนด การทดสอบด้านความทนทานและความปลอดภัย ของเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด ตัวอย่างการทดสอบที่สำคัญ ได้แก่1. Chemical Resistance Testทดสอบความทนทานต่อสารเคมี เช่น กรด ด่าง และตัวทำละลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในห้องปฏิบัติการ2. Load Bearing Testทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักของโครงสร้างโต๊ะและตู้ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับเครื่องมือวิทยาศาสตร์หรืออุปกรณ์หนักได้3. Impact Resistance Testทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทก เช่น การตกของอุปกรณ์4. Heat Resistance Testทดสอบความทนทานต่ออุณหภูมิสูง ซึ่งอาจเกิดจากการทดลองหรืออุปกรณ์ให้ความร้อนการทดสอบเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจว่าเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการมีความแข็งแรงและปลอดภัยในการใช้งานระยะยาวความสัมพันธ์ระหว่าง SEFA 8 กับการออกแบบห้องปฏิบัติการมาตรฐาน SEFA 8 ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับตัวเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น แต่ยังมีผลต่อการวางแผน การออกแบบห้องปฏิบัติการ (Laboratory Design) โดยรวม เช่น- การจัดวางโต๊ะปฏิบัติการให้เหมาะสมกับ Workflow- การเลือกวัสดุพื้นผิวที่ทนสารเคมี- การออกแบบพื้นที่ทำงานให้รองรับอุปกรณ์ทดลองนอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการยังต้องทำงานร่วมกับระบบสำคัญอื่น ๆ เช่น- Fume Hood สำหรับดูดไอสารเคมี- ระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการ- ระบบท่อก๊าซและระบบสาธารณูปโภคดังนั้น การออกแบบห้องปฏิบัติการที่ดีจึงต้องพิจารณาทั้ง laboratory furniture, fume hood engineering และระบบวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ ให้ทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสมบทบาทของ Laboratory Engineering ในการพัฒนาห้องปฏิบัติการในโครงการพัฒนาห้องปฏิบัติการสมัยใหม่ การออกแบบมักดำเนินการในรูปแบบ Turnkey Laboratory Project ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่- การวางแผน laboratory design- การเลือก laboratory furniture systems- การออกแบบ fume hood- การวางระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการ- การติดตั้งและทดสอบระบบในประเทศไทย บริษัทที่ให้บริการด้าน Laboratory Engineering เช่น S.K. Powerable Co., Ltd. มีบทบาทในการให้คำปรึกษา ออกแบบ และติดตั้งระบบห้องปฏิบัติการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงแนวทางการเลือกเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับประเภทของงานวิจัยหรือการทดสอบการทำงานของผู้เชี่ยวชาญด้าน laboratory engineering ช่วยให้โครงการห้องปฏิบัติการมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับการใช้งานในระยะยาวได้มาตรฐาน SEFA 8 เป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญที่ใช้กำหนดคุณภาพและความปลอดภัยของ เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ (Laboratory Furniture) โดยครอบคลุมการทดสอบด้านความทนทานต่อสารเคมี ความแข็งแรงของโครงสร้าง และความปลอดภัยในการใช้งานสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาห้องปฏิบัติการให้มีมาตรฐานระดับสากล การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สอดคล้องกับ SEFA 8 ควรดำเนินการควบคู่กับการวางแผน การออกแบบห้องปฏิบัติการ (Laboratory Design) รวมถึงระบบสำคัญ เช่น fume hood และ ระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

092235153055ปก (1) (1).webp

อ่านเพิ่มเติม

18 มีนาคม 2569

ห้องปฏิบัติการที่ดี… เริ่มต้นที่ “ความเข้าใจ”

ก่อนการเลือก Laboratory Furniture หรือการติดตั้ง Lab Bench หลายคนมักเข้าใจว่าการสร้างห้องปฏิบัติการ (Laboratory) เริ่มต้นจากการเลือกโต๊ะแล็บหรืออุปกรณ์ที่ดูแข็งแรงและทนทาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ห้องปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มต้นจากการออกแบบที่ดี ซึ่งคำนึงถึงการใช้งานจริง ความปลอดภัย และการไหลของการทำงาน (Workflow) ภายในพื้นที่การออกแบบ Laboratory Design ที่ดีไม่ใช่เพียงการจัดวางอุปกรณ์ แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความเสี่ยง และรองรับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากลก่อนเริ่มต้นออกแบบหรือปรับปรุงห้องแล็บ มี 5 ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา1. ประเภทของห้องปฏิบัติการ (Lab Type)ขั้นตอนแรกของ Laboratory Design คือการกำหนดประเภทของห้องปฏิบัติการ เพราะห้องแล็บแต่ละประเภทมีความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น- ห้องปฏิบัติการเคมี (Chemical Lab)- ห้องจุลชีววิทยา (Microbiology Lab)- ห้องปฏิบัติการด้านอาหารหรือยา- ห้องวิจัยและพัฒนา (Research & Development Lab)ประเภทของงานวิจัยจะกำหนดทั้งการเลือก Lab Bench, ระบบระบายอากาศ และการเลือก Laboratory Furniture ที่เหมาะสม2. ระบบระบายอากาศ (Ventilation System)หัวใจสำคัญของห้องปฏิบัติการคือ ระบบระบายอากาศ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานการออกแบบระบบ Ventilation ต้องคำนึงถึง- การหมุนเวียนอากาศภายในห้อง- การควบคุมสารเคมีระเหย- ระบบกำจัดอากาศเสีย (Exhaust System)อุปกรณ์ที่สำคัญในระบบนี้คือ Fume Hood ซึ่งช่วยดูดและกำจัดไอระเหยของสารเคมีออกจากพื้นที่ทำงาน ลดความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงานและป้องกันการสะสมของสารอันตรายในห้องแล็บ3. การวางผังห้องปฏิบัติการ (Laboratory Layout & Workflow)การวางผังพื้นที่หรือ Lab Layout มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยตรงการออกแบบที่ดีควร- ลดการเดินที่ไม่จำเป็น (Waste of Movement)- ป้องกันการปนเปื้อน (Cross-contamination)- จัดตำแหน่ง Lab Bench และอุปกรณ์ให้เหมาะกับลำดับการทำงาน- การออกแบบ Workflow ที่เหมาะสมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุภายในห้องปฏิบัติการ4. การเลือกวัสดุ (Material Selection)วัสดุที่ใช้ใน Laboratory Furniture และ Lab Bench ต้องสามารถทนต่อสารเคมี- ความร้อน- ความชื้น- การกัดกร่อนการเลือกวัสดุที่เหมาะสม เช่น Chemical Resistant Worktop หรือ Epoxy Resin Surface จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ห้องแล็บ และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว5. มาตรฐานความปลอดภัย (Safety Standards)ห้องปฏิบัติการที่ดีต้องออกแบบภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล เช่น- SEFA Standard สำหรับ Laboratory Furniture- ASHRAE 110 สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของ Fume Hood- EN14175 มาตรฐานด้านความปลอดภัยของระบบดูดควันมาตรฐานเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจว่าห้องปฏิบัติการมีความปลอดภัย และสามารถรองรับการใช้งานในระดับวิจัยหรืออุตสาหกรรมได้ห้องปฏิบัติการที่ดี เริ่มต้นจากการออกแบบที่ถูกต้องการออกแบบห้องปฏิบัติการไม่ใช่เพียงการเลือก Lab Bench หรือ Laboratory Furniture ที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาองค์ประกอบทั้งหมด ตั้งแต่การวางผังพื้นที่ ระบบระบายอากาศ การเลือกวัสดุ ไปจนถึงมาตรฐานความปลอดภัยเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

153055ปก.png

อ่านเพิ่มเติม

23 กุมภาพันธ์ 2569

บรรยากาศบูธ GRAMMY × EASYLAB ในงาน PACCON 2026

จบลงอย่างประทับใจ GRAMMY × EASYLAB ในงาน PACCON 2026 ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมบูธ V12 ของเรา ตลอดทั้งงานบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก และการแลกเปลี่ยนไอเดียดีๆ ด้านการออกแบบห้องปฏิบัติการ GRAMMY × EASYLAB ยินดีที่ได้ต้อนรับนักวิจัย คณาจารย์ และน้องๆ นิสิตนักศึกษา พร้อมให้คำแนะนำด้วยความตั้งใจในทุกคำถาม ไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือการสาธิตตู้ดูดควัน (Fume Hood) และระบบจัดเก็บสารเคมีที่เน้นมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ทุกคำแนะนำและทุกความไว้วางใจ คือพลังสำคัญที่ทำให้เราไม่หยุดพัฒนา เพื่อยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการไทย แล้วพบกันใหม่ในงานครั้งหน้านะคะ

102057ปก.jpg

อ่านเพิ่มเติม

14 กุมภาพันธ์ 2569

บรรยากาศบูธ GRAMMY × EASYLAB ในงาน SITE 2026

จบลงอย่างสวยงาม! GRAMMY × EASYLAB ในงาน SITE 2026 ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การต้อนรับอย่างล้นหลามที่บูธของเรา! บรรยากาศในงานปีนี้เต็มไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะช่วงการสาธิตนวัตกรรมจาก GRAMMY × EASYLAB ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน Feedback จากลูกค้าส่วนใหญ่ต่างชื่นชมในดีไซน์ที่ดูทันสมัย และความเป็นมืออาชีพในการให้คำแนะนำของทีมงาน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ GRAMMY × EASYLAB มุ่งมั่นพัฒนามาโดยตลอด ขอบคุณที่ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการของคุณ แล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้านะคะ!